คำเทศนา - ในวันที่ทุกอย่างไม่ได้เป็นไปตามที่หวังไว้ ตอนที่ 4
คำเทศนาประจำวันที่ 23 สิงหาคม 2569โดย ดร. จิโรจ บงกชมาศ
ลูกา 5:1-21
สรุปคำเทศนา - ในวันที่ทุกอย่างไม่ได้เป็นไปตามที่หวังไว้ ตอนที่ 4
ในวันที่ทุกอย่างไม่ได้เป็นไปตามที่หวังไว้ ตอนที่ 4
มีบางวันที่เราตื่นขึ้นมาแล้วพบว่า ทุกอย่างไม่ได้เป็นอย่างที่คิด งานที่ทำไม่สำเร็จ สิ่งที่พยายามมาตลอดไม่เกิดผล หรือปัญหาบางอย่างเข้ามาโดยที่เราไม่เคยคิดว่าชีวิตจะต้องเผชิญ
คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่า “ทำไมเรื่องนี้จึงเกิดขึ้นกับเรา?” แต่คือ “เมื่อวันที่ทุกอย่างไม่เป็นไปตามที่หวังมาถึง เราจะตอบสนองอย่างไร?”
เหตุการณ์ในลูกาบทที่ 5 ทำให้เราเห็นคำตอบผ่านชีวิตของเปโตร
เปโตรออกไปจับปลาตลอดทั้งคืน แต่ไม่ได้ปลาเลย เมื่อกลับมาถึงฝั่ง เขากำลังซักอวน เตรียมเก็บอุปกรณ์และคงคิดว่าวันทำงานของเขาจบลงแล้ว แต่ในช่วงเวลานั้นเอง พระเยซูเดินเข้ามาหา ขอใช้เรือของเขา และหลังจากใช้เรือเสร็จ พระเยซูกลับบอกให้เขาถอยเรือออกไปในที่น้ำลึกแล้วหย่อนอวนลงจับปลาอีกครั้ง
สำหรับเปโตร นั่นไม่ใช่คำสั่งที่ฟังดูสมเหตุสมผลนัก
เขาเพิ่งจับปลามาทั้งคืน
เขาเหนื่อย
เขายังซักอวนไม่เสร็จ
เขารู้เรื่องการจับปลา
และผลจากความพยายามตลอดคืนก็คือ “ไม่ได้อะไรเลย”
แต่เปโตรตอบว่า
“อาจารย์ เราทอดอวนมาตลอดทั้งคืนแล้วไม่ได้อะไรเลย แต่ข้าพเจ้าก็จะหย่อนอวนลงตามคำของท่าน”
จากวันที่ดูเหมือนเต็มไปด้วยความผิดหวัง กลับกลายเป็นวันที่เขาจับปลาได้เป็นอันมากจนอวนกำลังจะปริ
สิ่งที่เปลี่ยนวันนั้นไม่ใช่เพียงการมีโอกาสจับปลาอีกครั้ง แต่คือ การเชื่อฟังพระเจ้าและการตอบสนองในสิ่งที่พระองค์บอก แม้ในเวลาที่เหตุผล ประสบการณ์ และความรู้สึกของตัวเองกำลังบอกอีกอย่างหนึ่ง
3 สิ่งที่เปโตรทำเมื่อทุกอย่างไม่เป็นไปตามที่หวัง
ก่อนจะเข้าใจเรื่องการเชื่อฟัง เราควรมองย้อนกลับไปว่า ก่อนเหตุการณ์จับปลาได้เป็นอันมาก เปโตรทำอะไรบ้าง
1. กลับมาซักอวน
หลังจากจับปลาไม่ได้ทั้งคืน เปโตรกลับมาซักอวน
การซักอวนคือการเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อมสำหรับการออกไปจับปลาในครั้งต่อไป
ชีวิตของเราก็ไม่ต่างจากอวน
ในแต่ละวัน เราต้องพบทั้งสิ่งที่ดีและไม่ดี ได้ยินคำพูดที่ดีและคำพูดที่ทำร้ายความรู้สึก พบเหตุการณ์ที่ทำให้ยินดีและเหตุการณ์ที่ทำให้ผิดหวัง สิ่งเหล่านี้สามารถติดอยู่ในความคิดและความรู้สึกของเราได้
ดังนั้นเมื่อวันหนึ่งจบลง เราจำเป็นต้องกลับมา “ซักอวน” ของชีวิต
เอาความคิดที่ไม่ถูกต้องออกไป
จัดการความรู้สึกด้านลบ
ไม่ปล่อยให้เหตุการณ์ของวันนี้ทำลายการเดินกับพระเจ้าในวันพรุ่งนี้
วันที่ผิดหวังจึงไม่ใช่เหตุผลที่เราจะปล่อยชีวิตให้เสียหาย แต่เป็นวันที่เรายิ่งต้องเตรียมตัวให้พร้อม
2. ให้พระเยซูใช้เรือ แม้ตัวเองไม่พร้อม
ระหว่างที่เปโตรยังซักอวน พระเยซูเข้ามาขอใช้เรือของเขา
เปโตรไม่ได้อยู่ในสภาพที่พร้อมนัก
เขาอดนอนมาทั้งคืน
ร่างกายเหนื่อย
จิตใจก็คงผิดหวังจากการทำงานโดยไม่ได้ผล
แต่เขายังให้พระเยซูใช้เรือ
สำหรับเปโตร การให้เรือไม่ได้หมายถึงการให้สิ่งของเพียงอย่างเดียว แต่หมายถึงการให้เวลา ยอมนอนน้อยลง ยอมเหนื่อยมากขึ้น และต้องต่อสู้กับความรู้สึกของตัวเอง
บางครั้งการตอบสนองพระเจ้าก็เกิดขึ้นในเวลาที่เราไม่พร้อม
เราอาจไม่มีเวลา
กำลังเหนื่อย
มีเรื่องให้คิดมากมาย
หรือกำลังอยู่ในวันที่ตัวเองก็ต้องการความช่วยเหลือ
แต่คำถามคือ เมื่อมีโอกาสให้เราเลือกพระเจ้าก่อน เราจะตอบสนองอย่างไร?
3. ทำตามสิ่งที่พระเยซูบอก แม้มันไม่ตรงกับประสบการณ์
หลังจากใช้เรือเสร็จ พระเยซูไม่ได้บอกให้เปโตรกลับบ้านไปพัก แต่บอกให้เขา
“จงถอยออกไปที่น้ำลึก แล้วหย่อนอวนลงจับปลา”
เปโตรมีเหตุผลมากมายที่จะไม่ทำ
เขาจับปลามาทั้งคืนแล้ว
เขามีประสบการณ์
เขารู้เรื่องปลาและสภาพน้ำ
และเขาเพิ่งพิสูจน์มาแล้วว่าคืนนั้นจับปลาไม่ได้
แต่ในที่สุดเขาเลือกที่จะทำตามคำของพระเยซู
นี่คือจุดสำคัญของเรื่อง เพราะเปโตรไม่ได้ไม่มีเหตุผล แต่เขาเลือกไม่ให้เหตุผลของตัวเองกลายเป็นอุปสรรคต่อการตอบสนองพระเจ้า
การเชื่อฟังพระเจ้าคืออะไร?
หลายคนรู้สึกไม่สบายใจกับคำว่า “เชื่อฟัง”
เพราะคำนี้อาจทำให้รู้สึกเหมือนถูกจำกัดเสรีภาพ ถูกบังคับ หรือไม่มีสิทธิ์คิดและตัดสินใจด้วยตัวเอง
แต่ในเหตุการณ์ของเปโตร การเชื่อฟังไม่ใช่การที่เขาไม่มีทางเลือก
ตรงกันข้าม เปโตรสามารถปฏิเสธได้
เขาสามารถบอกว่า
“ผมเหนื่อยแล้ว”
“ผมจับมาทั้งคืนแล้ว”
“ผมรู้เรื่องการจับปลาดีกว่า”
“พรุ่งนี้ค่อยลองใหม่”
แต่เขาเลือกตอบสนอง
ดังนั้นในบริบทนี้ การเชื่อฟังพระเจ้า คือการฟังสิ่งที่พระเจ้าต้องการ แล้วเลือกตอบสนองพระองค์ แม้เราจะมีเหตุผล ความรู้สึก หรือประสบการณ์ส่วนตัวที่กำลังดึงเราไปอีกทางหนึ่ง
ทำไมพระเจ้าจึงต้องการให้เราเชื่อฟัง?
จากเนื้อหานี้ มีเหตุผลสำคัญสองประการ
เหตุผลที่ 1: พระเจ้าไม่อยากให้เรารับผลร้ายจากการกระทำของเรา
การกระทำของเราเปรียบเหมือนการหว่าน
เมื่อเราหว่านอะไร เราก็ย่อมได้รับผลจากสิ่งที่เราหว่าน
บางการกระทำเป็นความบาป ซึ่งในเนื้อหานี้อธิบายว่าเป็นสิ่งที่ขัดแย้งกับพระลักษณะ แผนการ และคำสอนของพระเจ้า
แม้ผู้ที่เชื่อในพระเยซูจะได้รับการยกโทษ แต่ผลของการกระทำบางอย่างอาจยังคงอยู่
ผลบางอย่างเกิดทันที
บางอย่างอาจเกิดขึ้นในอีกหลายปี
และการกระทำแต่ละอย่างอาจมีผลในชีวิตที่แตกต่างกัน
ตัวอย่างเช่น การขโมยกับการโกหกเป็นสิ่งที่ผิดเหมือนกัน แต่ผลทางกฎหมายอาจไม่เหมือนกัน
อย่างไรก็ตาม สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือ ทุกครั้งที่เราทำสิ่งที่ขัดแย้งกับพระเจ้า ความใกล้ชิดระหว่างเรากับพระองค์ย่อมได้รับผลกระทบ
เหมือนลูกที่ออกไปเล่นจนตัวเปื้อนสกปรก พ่อแม่ยังรักลูกเหมือนเดิม แต่ความสกปรกทำให้การเข้าใกล้และความสัมพันธ์มีปัญหา
ไม่ใช่เฉพาะสิ่งที่เรียกว่า “บาป” เท่านั้นที่มีผลต่อชีวิต
ยังมีพฤติกรรมหลายอย่างที่อาจดูไม่ร้ายแรง แต่หากปล่อยไว้นานก็สามารถทำลายชีวิตและความสัมพันธ์ได้
เช่น
- ไม่มีน้ำใจ
- หยิ่งหรือชอบอวดตัว
- พูดตรงโดยไม่รักษาน้ำใจ
- เอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง
- น้อยใจง่าย
- เรียกร้องจากคนอื่นมากเกินไป
- โกรธหรือหงุดหงิดง่าย
- จับผิดคนอื่นตลอดเวลา
บางสิ่งอาจไม่ทำให้เกิดปัญหาในวันนี้ แต่ค่อย ๆ สะสมอยู่ในใจของคนรอบข้าง
วันหนึ่งคนที่อยู่ใกล้เราอาจรู้สึกว่า
“ผมทนต่อไปไม่ไหวแล้ว”
“ผมไม่สามารถไว้วางใจคุณได้อีกแล้ว”
“คำพูดของคุณทำลายความสัมพันธ์ตลอดเวลา”
นี่คือเหตุผลหนึ่งที่การตอบสนองต่อคำเตือนและการปรับชีวิตจึงสำคัญ เพราะพระเจ้าไม่ต้องการให้เราเดินต่อไปจนต้องรับผลเสียที่สามารถหลีกเลี่ยงได้
เหตุผลที่ 2: พระเจ้าอยากอวยพรเรามากขึ้น
เรื่องของเปโตรไม่ได้จบลงเพียงการป้องกันผลเสีย
พระเยซูต้องการเปลี่ยนวันที่ผิดหวังของเขาให้กลายเป็นวันที่ได้รับมากกว่าสิ่งที่คาดหวัง
ทั้งคืนเปโตรไม่ได้ปลา
แต่หลังจากตอบสนองต่อคำของพระเยซู เขากลับจับปลาได้มากจนอวนกำลังจะปริ
สิ่งสำคัญคือ เปโตรมีสิทธิ์เลือก
เขาจะเชื่อเหตุผลของตัวเองก็ได้
เชื่อประสบการณ์ของตัวเองก็ได้
หรือจะตอบสนองต่อสิ่งที่พระเยซูบอกก็ได้
ดังนั้น พระพรจากการเชื่อฟัง ในเหตุการณ์นี้จึงเกี่ยวข้องกับการเลือก
ในวันที่พระเยซูบอกให้เขากลับออกไปจับปลา เปโตรกำลังถูกท้าทายว่าเขาจะเลือกอะไรเป็นสิ่งสำคัญกว่า ระหว่างประสบการณ์เดิมของตัวเองกับสิ่งที่พระเยซูกำลังบอกให้ทำ
การเลือกพระเจ้าก่อนมีราคาที่ต้องจ่าย
หนึ่งในเหตุผลที่ทำให้การเชื่อฟังยาก คือผลของการเลือกพระเจ้าก่อนมักรู้สึกได้ทันที
แต่ผลของการไม่เชื่อฟังอาจยังไม่ปรากฏทันที
สำหรับเปโตร หากเขาตอบตกลง เขาต้องจ่ายราคาทันที
เขาต้องเสียเวลานอน
ต้องออกเรืออีกครั้ง
ต้องเสียแรง
ต้องกลับมาจัดการอวนใหม่
และที่สำคัญ ไม่มีใครรับประกันกับเขาในขณะนั้นว่าเขาจะได้ปลา
เขาจึงต้องยอมลำบากก่อนโดยยังไม่เห็นผลลัพธ์
นี่คือสิ่งที่ทำให้หลายคนเลือกทำตามใจตัวเองก่อน เพราะการทำตามใจให้ความรู้สึกดีหรือให้ผลที่ต้องการทันที ขณะที่การเลือกพระเจ้าก่อนอาจต้องเสียสละทันที และยังไม่รู้ว่าจะเห็นผลเมื่อไร
แต่หลักที่เนื้อหานี้ย้ำคือ
ราคาของการไม่เชื่อฟังอาจสูงกว่าราคาของการเชื่อฟัง
บางคนคิดว่า ทำตามใจไปก่อน ถ้าเกิดปัญหาค่อยกลับมาแก้ ค่อยอธิษฐาน หรือค่อยกลับใจภายหลัง
แต่แม้จะได้รับการให้อภัย ผลจากสิ่งที่หว่านไว้บางอย่างก็อาจยังคงอยู่
เพราะฉะนั้น จึงไม่ควรใช้ชีวิตด้วยแนวคิดว่า
“วันนี้ทำตามใจตัวเองก่อน แล้วค่อยแก้ทีหลัง”
บททดสอบเรื่องการเชื่อฟังอาจมาในเรื่องธรรมดามาก
อีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้หลายคนพลาดการตอบสนองพระเจ้า คือเขาไม่รู้ว่าสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นเป็นบททดสอบ
เรามักคิดว่าบททดสอบฝ่ายวิญญาณต้องเกี่ยวกับเรื่องที่ดูเป็นเรื่องศาสนาอย่างชัดเจน
แต่สำหรับเปโตร สิ่งที่ถูกขอให้ทำคือ
ออกไปจับปลาอีกครั้ง
ดูเหมือนเป็นเรื่องอาชีพธรรมดา
ไม่ใช่การประชุม
ไม่ใช่พิธี
ไม่ใช่เรื่องที่ดู “ฝ่ายวิญญาณ”
แต่เมื่อเรื่องราวดำเนินต่อไป การออกไปจับปลาครั้งนั้นกลับกลายเป็นเหตุการณ์สำคัญที่ทำให้เปโตรเห็นบางอย่างเกี่ยวกับพระเยซู เห็นตัวเอง และนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงชีวิตของเขา
บททดสอบเรื่องการตอบสนองพระเจ้าจึงอาจไม่ได้มาเหมือนข้อสอบในโรงเรียน
ไม่มีใครบอกว่า
“เตรียมตัวนะ วันนี้คุณกำลังถูกทดสอบ”
หลายครั้งมันเข้ามาอย่างธรรมดาและแนบเนียนผ่านสถานการณ์ในชีวิตประจำวัน
เราจะรู้ได้อย่างไรว่ากำลังเผชิญบททดสอบเรื่องการเชื่อฟัง?
จากลูกาบทที่ 5 เราเห็นลักษณะสำคัญอย่างหนึ่ง คือมีบางสิ่งเรียกร้องให้เราต้อง “เลือก”
เช่น
- จะทำหรือไม่ทำ
- จะตอบสนองหรือไม่ตอบสนอง
- จะมีส่วนร่วมหรือถอยออก
- จะให้พระเจ้ามาก่อนหรือให้ความสะดวกของตัวเองมาก่อน
- จะยอมจ่ายราคาหรือเลือกทางที่ง่ายกว่า
และสิ่งที่กำลังเรียกร้องให้เราทำนั้นต้อง สอดคล้องกับพระคัมภีร์และช่วยให้ชีวิตของเราเดินไปในทางที่ถูกต้องมากขึ้น
เมื่อสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น เราควรให้ความสำคัญและพิจารณาว่า นี่อาจเป็นเวลาที่เราต้องเลือกตอบสนองพระเจ้า
พระเยซูขอจากเปโตรสองครั้ง และทั้งสองครั้งต้องจ่ายราคา
ในเหตุการณ์นี้ พระเยซูขอจากเปโตรอย่างน้อยสองอย่าง
ครั้งที่หนึ่ง: ขอใช้เรือ
เปโตรตอบว่า “ได้”
ทั้งที่เขาเหนื่อยและยังมีงานของตัวเองต้องทำ
ครั้งที่สอง: ขอให้ออกไปจับปลาอีกครั้ง
ครั้งนี้ยากกว่าเดิม
เพราะไม่เพียงต้องเสียเวลา แต่ยังขัดกับสิ่งที่เปโตรเพิ่งประสบมาทั้งคืน
แต่เปโตรก็ตอบ “ได้” อีกครั้ง
สิ่งนี้ทำให้เราเห็นว่า การเชื่อฟังไม่ได้เกิดเฉพาะในเวลาที่เราพร้อม
หลายครั้งพระเจ้ากำลังเรียกร้องการตอบสนองในเวลาที่เราไม่พร้อมทั้งร่างกาย จิตใจ หรือความรู้สึก
คำถามจึงไม่ใช่เพียง
“ฉันพร้อมหรือยัง?”
แต่อาจเป็น
“ถ้าสิ่งนี้ถูกต้อง ฉันจะตอบสนองหรือไม่ แม้ยังไม่รู้สึกพร้อม?”
อย่าให้ความรู้และประสบการณ์กลายเป็นอุปสรรค
เปโตรเป็นชาวประมง
พระเยซูในสายตาของผู้คนเวลานั้นไม่ได้เป็นชาวประมงผู้มีประสบการณ์ แต่เปโตรต่างหากที่รู้เรื่องปลา น้ำ เรือ และเวลาในการออกจับปลา
เขาจึงมีเหตุผลอย่างมากที่จะเชื่อตัวเอง
แต่จุดสำคัญของเรื่องคือ เขาไม่ได้ทิ้งความคิดหรือประสบการณ์ของตัวเอง เขาเพียงไม่ยอมให้สิ่งเหล่านั้นมีอำนาจมากกว่าคำที่เขาตัดสินใจตอบสนอง
บางครั้งสิ่งที่ขวางการเชื่อฟังพระเจ้าไม่ใช่ความไม่รู้ แต่กลับเป็นความรู้ของเราเอง
เพราะเรามีประสบการณ์มาก
เคยผ่านเรื่องคล้ายกันมาแล้ว
คิดว่าเรารู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น
จึงตัดสินล่วงหน้าว่า “ทำไปก็ไม่มีประโยชน์”
เปโตรเองสามารถคิดเช่นนั้นได้
แต่เขาพูดว่า
“แต่ข้าพเจ้าก็จะหย่อนอวนลงตามคำของท่าน”
สรุป: วันที่ผิดหวังอาจกลายเป็นวันที่ชีวิตเปลี่ยนไป
คืนก่อนหน้านั้น เปโตรจับปลาไม่ได้เลย
เขาคงไม่คิดว่า เช้าวันเดียวกันนั้นจะกลายเป็นวันที่สำคัญต่อชีวิตของเขา
สิ่งที่เกิดขึ้นเริ่มต้นจากเรื่องเล็ก ๆ
ซักอวนให้พร้อม
ยอมให้พระเยซูใช้เรือ
และออกไปจับปลาอีกครั้งตามสิ่งที่พระเยซูบอก
เปโตรไม่ได้รู้ผลลัพธ์ล่วงหน้า
เขาเพียงเลือกตอบสนอง
นี่คือสิ่งที่เราสามารถเรียนรู้เมื่อชีวิตไม่เป็นไปตามที่หวัง
อย่ารีบสรุปว่าความผิดหวังคือจุดจบ
อย่าปล่อยให้ความเหนื่อยทำให้หยุดเตรียมชีวิต
อย่าให้เหตุผลและประสบการณ์กลายเป็นกำแพง
และเมื่อรู้ว่าสิ่งใดถูกต้อง จงกล้าที่จะตอบสนอง
เพราะบางครั้ง วันที่เราอยากให้จบเร็วที่สุด อาจเป็นวันที่กำลังเปิดประตูไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่สุดของชีวิต
วันนี้ลองถามตัวเองว่า
มีเรื่องใดที่เรารู้ว่าควรตอบสนอง แต่ยังผัดวันอยู่หรือไม่?
มีเรื่องใดที่เรากำลังเลือกความสะดวกของตัวเองก่อนสิ่งที่รู้ว่าถูกต้องหรือไม่?
และถ้ามี บางทีวันนี้อาจเป็นเวลาที่เราจะพูดเหมือนเปโตรว่า
“แต่ข้าพเจ้าก็จะหย่อนอวนลงตามคำของท่าน”
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเชื่อฟังพระเจ้า
1. การเชื่อฟังพระเจ้าหมายถึงอะไร?
จากเหตุการณ์ของเปโตร การเชื่อฟังคือการฟังสิ่งที่พระเจ้าต้องการและเลือกตอบสนอง แม้ความรู้สึก เหตุผล หรือประสบการณ์ส่วนตัวอาจกำลังบอกให้ทำอีกอย่างหนึ่ง
2. ทำไมการเชื่อฟังพระเจ้าจึงสำคัญ?
เนื้อหานี้เสนอเหตุผลหลักสองประการ คือ พระเจ้าไม่ต้องการให้เรารับผลร้ายจากการกระทำที่ไม่ถูกต้อง และพระองค์ต้องการนำเราไปสู่พระพรที่มากขึ้น
3. ทำไมการเลือกพระเจ้าก่อนจึงรู้สึกยาก?
เพราะราคาของการเชื่อฟังมักต้องจ่ายทันที เช่น เสียเวลา เหนื่อยขึ้น หรือต้องยอมเสียความสะดวกบางอย่าง ขณะที่ผลของการไม่เชื่อฟังอาจยังไม่ปรากฏทันที
4. เราจะรู้ได้อย่างไรว่ากำลังถูกทดสอบเรื่องการเชื่อฟัง?
เมื่อเราต้องเลือกว่าจะทำหรือไม่ทำ จะตอบสนองหรือไม่ตอบสนอง โดยสิ่งที่กำลังถูกเรียกร้องนั้นสอดคล้องกับพระคัมภีร์ พาชีวิตไปในทางที่ดีขึ้น และเป็นการเลือกให้พระเจ้ามาก่อน เราควรให้ความสำคัญกับการตัดสินใจนั้น
5. ทำไมเปโตรจึงยอมออกไปจับปลาอีกครั้ง?
แม้เปโตรจับปลามาทั้งคืนโดยไม่ได้อะไรและมีประสบการณ์มากกว่า แต่เขาเลือกตอบสนองต่อสิ่งที่พระเยซูบอก ผลคือเขาจับปลาได้เป็นอันมากจนอวนกำลังจะปริ
6. การกลับใจทำให้ผลจากการกระทำทั้งหมดหายไปหรือไม่?
ตามเนื้อหานี้ การกลับใจนำมาซึ่งการให้อภัย แต่ผลบางอย่างจากสิ่งที่เราได้ทำหรือหว่านไว้อาจยังคงอยู่ จึงไม่ควรคิดว่าทำตามใจตัวเองก่อนแล้วค่อยกลับมาแก้ภายหลัง
7. เมื่อชีวิตไม่เป็นไปตามที่หวังควรทำอย่างไร?
เรียนรู้จากเปโตรด้วยการเตรียมชีวิตให้พร้อม ไม่ปล่อยให้ความผิดหวังทำลายการเดินกับพระเจ้า เปิดใจตอบสนองเมื่อมีโอกาส และไม่ให้เหตุผล ความเหนื่อย หรือประสบการณ์ในอดีตกลายเป็นอุปสรรคต่อสิ่งที่รู้ว่าควรทำ
📖 อ่านคำเทศนาอื่น ๆ ในชุดนี้
- ➤ ในวันที่ทุกอย่างไม่ได้เป็นไปตามที่หวังไว้ ตอนที่ 1
- ➤ ในวันที่ทุกอย่างไม่ได้เป็นไปตามที่หวังไว้ ตอนที่ 2
- ➤ ในวันที่ทุกอย่างไม่ได้เป็นไปตามที่หวังไว้ ตอนที่ 3
ดูคำเทศนาเพิ่มเติม: คำเทศนาออนไลน์ทั้งหมด | พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม | พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่ | หมวดหมู่คำเทศนาทั้งหมด | ชุดคำเทศนา (Series) | รวมผู้เทศนา