ความเชื่อ ความหวังใจ และความรัก แต่ความรักใหญ่ที่สุด
1 โครินธ์ 13:13
Email: christiansiam@gmail.com

คำเทศนา - ในวันที่ทุกอย่างไม่ได้เป็นไปตามที่หวังไว้ ตอนที่ 4

คำเทศนาประจำวันที่ 23 สิงหาคม 2569

โดย ดร. จิโรจ บงกชมาศ



ลูกา 5:1-21


สรุปคำเทศนา - ในวันที่ทุกอย่างไม่ได้เป็นไปตามที่หวังไว้ ตอนที่ 4

ในวันที่ทุกอย่างไม่ได้เป็นไปตามที่หวังไว้ ตอนที่ 4

มีบางวันที่เราตื่นขึ้นมาแล้วพบว่า ทุกอย่างไม่ได้เป็นอย่างที่คิด งานที่ทำไม่สำเร็จ สิ่งที่พยายามมาตลอดไม่เกิดผล หรือปัญหาบางอย่างเข้ามาโดยที่เราไม่เคยคิดว่าชีวิตจะต้องเผชิญ


คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่า “ทำไมเรื่องนี้จึงเกิดขึ้นกับเรา?” แต่คือ “เมื่อวันที่ทุกอย่างไม่เป็นไปตามที่หวังมาถึง เราจะตอบสนองอย่างไร?”


เหตุการณ์ในลูกาบทที่ 5 ทำให้เราเห็นคำตอบผ่านชีวิตของเปโตร


เปโตรออกไปจับปลาตลอดทั้งคืน แต่ไม่ได้ปลาเลย เมื่อกลับมาถึงฝั่ง เขากำลังซักอวน เตรียมเก็บอุปกรณ์และคงคิดว่าวันทำงานของเขาจบลงแล้ว แต่ในช่วงเวลานั้นเอง พระเยซูเดินเข้ามาหา ขอใช้เรือของเขา และหลังจากใช้เรือเสร็จ พระเยซูกลับบอกให้เขาถอยเรือออกไปในที่น้ำลึกแล้วหย่อนอวนลงจับปลาอีกครั้ง


สำหรับเปโตร นั่นไม่ใช่คำสั่งที่ฟังดูสมเหตุสมผลนัก


เขาเพิ่งจับปลามาทั้งคืน


เขาเหนื่อย


เขายังซักอวนไม่เสร็จ


เขารู้เรื่องการจับปลา


และผลจากความพยายามตลอดคืนก็คือ “ไม่ได้อะไรเลย”


แต่เปโตรตอบว่า


“อาจารย์ เราทอดอวนมาตลอดทั้งคืนแล้วไม่ได้อะไรเลย แต่ข้าพเจ้าก็จะหย่อนอวนลงตามคำของท่าน”


จากวันที่ดูเหมือนเต็มไปด้วยความผิดหวัง กลับกลายเป็นวันที่เขาจับปลาได้เป็นอันมากจนอวนกำลังจะปริ


สิ่งที่เปลี่ยนวันนั้นไม่ใช่เพียงการมีโอกาสจับปลาอีกครั้ง แต่คือ การเชื่อฟังพระเจ้าและการตอบสนองในสิ่งที่พระองค์บอก แม้ในเวลาที่เหตุผล ประสบการณ์ และความรู้สึกของตัวเองกำลังบอกอีกอย่างหนึ่ง


3 สิ่งที่เปโตรทำเมื่อทุกอย่างไม่เป็นไปตามที่หวัง

ก่อนจะเข้าใจเรื่องการเชื่อฟัง เราควรมองย้อนกลับไปว่า ก่อนเหตุการณ์จับปลาได้เป็นอันมาก เปโตรทำอะไรบ้าง


1. กลับมาซักอวน

หลังจากจับปลาไม่ได้ทั้งคืน เปโตรกลับมาซักอวน


การซักอวนคือการเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อมสำหรับการออกไปจับปลาในครั้งต่อไป


ชีวิตของเราก็ไม่ต่างจากอวน


ในแต่ละวัน เราต้องพบทั้งสิ่งที่ดีและไม่ดี ได้ยินคำพูดที่ดีและคำพูดที่ทำร้ายความรู้สึก พบเหตุการณ์ที่ทำให้ยินดีและเหตุการณ์ที่ทำให้ผิดหวัง สิ่งเหล่านี้สามารถติดอยู่ในความคิดและความรู้สึกของเราได้


ดังนั้นเมื่อวันหนึ่งจบลง เราจำเป็นต้องกลับมา “ซักอวน” ของชีวิต


เอาความคิดที่ไม่ถูกต้องออกไป


จัดการความรู้สึกด้านลบ


ไม่ปล่อยให้เหตุการณ์ของวันนี้ทำลายการเดินกับพระเจ้าในวันพรุ่งนี้


วันที่ผิดหวังจึงไม่ใช่เหตุผลที่เราจะปล่อยชีวิตให้เสียหาย แต่เป็นวันที่เรายิ่งต้องเตรียมตัวให้พร้อม


2. ให้พระเยซูใช้เรือ แม้ตัวเองไม่พร้อม

ระหว่างที่เปโตรยังซักอวน พระเยซูเข้ามาขอใช้เรือของเขา


เปโตรไม่ได้อยู่ในสภาพที่พร้อมนัก


เขาอดนอนมาทั้งคืน


ร่างกายเหนื่อย


จิตใจก็คงผิดหวังจากการทำงานโดยไม่ได้ผล


แต่เขายังให้พระเยซูใช้เรือ


สำหรับเปโตร การให้เรือไม่ได้หมายถึงการให้สิ่งของเพียงอย่างเดียว แต่หมายถึงการให้เวลา ยอมนอนน้อยลง ยอมเหนื่อยมากขึ้น และต้องต่อสู้กับความรู้สึกของตัวเอง


บางครั้งการตอบสนองพระเจ้าก็เกิดขึ้นในเวลาที่เราไม่พร้อม


เราอาจไม่มีเวลา


กำลังเหนื่อย


มีเรื่องให้คิดมากมาย


หรือกำลังอยู่ในวันที่ตัวเองก็ต้องการความช่วยเหลือ


แต่คำถามคือ เมื่อมีโอกาสให้เราเลือกพระเจ้าก่อน เราจะตอบสนองอย่างไร?


3. ทำตามสิ่งที่พระเยซูบอก แม้มันไม่ตรงกับประสบการณ์

หลังจากใช้เรือเสร็จ พระเยซูไม่ได้บอกให้เปโตรกลับบ้านไปพัก แต่บอกให้เขา


“จงถอยออกไปที่น้ำลึก แล้วหย่อนอวนลงจับปลา”


เปโตรมีเหตุผลมากมายที่จะไม่ทำ


เขาจับปลามาทั้งคืนแล้ว


เขามีประสบการณ์


เขารู้เรื่องปลาและสภาพน้ำ


และเขาเพิ่งพิสูจน์มาแล้วว่าคืนนั้นจับปลาไม่ได้


แต่ในที่สุดเขาเลือกที่จะทำตามคำของพระเยซู


นี่คือจุดสำคัญของเรื่อง เพราะเปโตรไม่ได้ไม่มีเหตุผล แต่เขาเลือกไม่ให้เหตุผลของตัวเองกลายเป็นอุปสรรคต่อการตอบสนองพระเจ้า


การเชื่อฟังพระเจ้าคืออะไร?

หลายคนรู้สึกไม่สบายใจกับคำว่า “เชื่อฟัง”


เพราะคำนี้อาจทำให้รู้สึกเหมือนถูกจำกัดเสรีภาพ ถูกบังคับ หรือไม่มีสิทธิ์คิดและตัดสินใจด้วยตัวเอง


แต่ในเหตุการณ์ของเปโตร การเชื่อฟังไม่ใช่การที่เขาไม่มีทางเลือก


ตรงกันข้าม เปโตรสามารถปฏิเสธได้


เขาสามารถบอกว่า


“ผมเหนื่อยแล้ว”


“ผมจับมาทั้งคืนแล้ว”


“ผมรู้เรื่องการจับปลาดีกว่า”


“พรุ่งนี้ค่อยลองใหม่”


แต่เขาเลือกตอบสนอง


ดังนั้นในบริบทนี้ การเชื่อฟังพระเจ้า คือการฟังสิ่งที่พระเจ้าต้องการ แล้วเลือกตอบสนองพระองค์ แม้เราจะมีเหตุผล ความรู้สึก หรือประสบการณ์ส่วนตัวที่กำลังดึงเราไปอีกทางหนึ่ง


ทำไมพระเจ้าจึงต้องการให้เราเชื่อฟัง?

จากเนื้อหานี้ มีเหตุผลสำคัญสองประการ


เหตุผลที่ 1: พระเจ้าไม่อยากให้เรารับผลร้ายจากการกระทำของเรา

การกระทำของเราเปรียบเหมือนการหว่าน


เมื่อเราหว่านอะไร เราก็ย่อมได้รับผลจากสิ่งที่เราหว่าน


บางการกระทำเป็นความบาป ซึ่งในเนื้อหานี้อธิบายว่าเป็นสิ่งที่ขัดแย้งกับพระลักษณะ แผนการ และคำสอนของพระเจ้า


แม้ผู้ที่เชื่อในพระเยซูจะได้รับการยกโทษ แต่ผลของการกระทำบางอย่างอาจยังคงอยู่


ผลบางอย่างเกิดทันที


บางอย่างอาจเกิดขึ้นในอีกหลายปี


และการกระทำแต่ละอย่างอาจมีผลในชีวิตที่แตกต่างกัน


ตัวอย่างเช่น การขโมยกับการโกหกเป็นสิ่งที่ผิดเหมือนกัน แต่ผลทางกฎหมายอาจไม่เหมือนกัน


อย่างไรก็ตาม สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือ ทุกครั้งที่เราทำสิ่งที่ขัดแย้งกับพระเจ้า ความใกล้ชิดระหว่างเรากับพระองค์ย่อมได้รับผลกระทบ


เหมือนลูกที่ออกไปเล่นจนตัวเปื้อนสกปรก พ่อแม่ยังรักลูกเหมือนเดิม แต่ความสกปรกทำให้การเข้าใกล้และความสัมพันธ์มีปัญหา


ไม่ใช่เฉพาะสิ่งที่เรียกว่า “บาป” เท่านั้นที่มีผลต่อชีวิต

ยังมีพฤติกรรมหลายอย่างที่อาจดูไม่ร้ายแรง แต่หากปล่อยไว้นานก็สามารถทำลายชีวิตและความสัมพันธ์ได้


เช่น


  • ไม่มีน้ำใจ
  • หยิ่งหรือชอบอวดตัว
  • พูดตรงโดยไม่รักษาน้ำใจ
  • เอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง
  • น้อยใจง่าย
  • เรียกร้องจากคนอื่นมากเกินไป
  • โกรธหรือหงุดหงิดง่าย
  • จับผิดคนอื่นตลอดเวลา

บางสิ่งอาจไม่ทำให้เกิดปัญหาในวันนี้ แต่ค่อย ๆ สะสมอยู่ในใจของคนรอบข้าง


วันหนึ่งคนที่อยู่ใกล้เราอาจรู้สึกว่า


“ผมทนต่อไปไม่ไหวแล้ว”


“ผมไม่สามารถไว้วางใจคุณได้อีกแล้ว”


“คำพูดของคุณทำลายความสัมพันธ์ตลอดเวลา”


นี่คือเหตุผลหนึ่งที่การตอบสนองต่อคำเตือนและการปรับชีวิตจึงสำคัญ เพราะพระเจ้าไม่ต้องการให้เราเดินต่อไปจนต้องรับผลเสียที่สามารถหลีกเลี่ยงได้


เหตุผลที่ 2: พระเจ้าอยากอวยพรเรามากขึ้น

เรื่องของเปโตรไม่ได้จบลงเพียงการป้องกันผลเสีย


พระเยซูต้องการเปลี่ยนวันที่ผิดหวังของเขาให้กลายเป็นวันที่ได้รับมากกว่าสิ่งที่คาดหวัง


ทั้งคืนเปโตรไม่ได้ปลา


แต่หลังจากตอบสนองต่อคำของพระเยซู เขากลับจับปลาได้มากจนอวนกำลังจะปริ


สิ่งสำคัญคือ เปโตรมีสิทธิ์เลือก


เขาจะเชื่อเหตุผลของตัวเองก็ได้


เชื่อประสบการณ์ของตัวเองก็ได้


หรือจะตอบสนองต่อสิ่งที่พระเยซูบอกก็ได้


ดังนั้น พระพรจากการเชื่อฟัง ในเหตุการณ์นี้จึงเกี่ยวข้องกับการเลือก


ในวันที่พระเยซูบอกให้เขากลับออกไปจับปลา เปโตรกำลังถูกท้าทายว่าเขาจะเลือกอะไรเป็นสิ่งสำคัญกว่า ระหว่างประสบการณ์เดิมของตัวเองกับสิ่งที่พระเยซูกำลังบอกให้ทำ


การเลือกพระเจ้าก่อนมีราคาที่ต้องจ่าย

หนึ่งในเหตุผลที่ทำให้การเชื่อฟังยาก คือผลของการเลือกพระเจ้าก่อนมักรู้สึกได้ทันที


แต่ผลของการไม่เชื่อฟังอาจยังไม่ปรากฏทันที


สำหรับเปโตร หากเขาตอบตกลง เขาต้องจ่ายราคาทันที


เขาต้องเสียเวลานอน


ต้องออกเรืออีกครั้ง


ต้องเสียแรง


ต้องกลับมาจัดการอวนใหม่


และที่สำคัญ ไม่มีใครรับประกันกับเขาในขณะนั้นว่าเขาจะได้ปลา


เขาจึงต้องยอมลำบากก่อนโดยยังไม่เห็นผลลัพธ์


นี่คือสิ่งที่ทำให้หลายคนเลือกทำตามใจตัวเองก่อน เพราะการทำตามใจให้ความรู้สึกดีหรือให้ผลที่ต้องการทันที ขณะที่การเลือกพระเจ้าก่อนอาจต้องเสียสละทันที และยังไม่รู้ว่าจะเห็นผลเมื่อไร


แต่หลักที่เนื้อหานี้ย้ำคือ


ราคาของการไม่เชื่อฟังอาจสูงกว่าราคาของการเชื่อฟัง

บางคนคิดว่า ทำตามใจไปก่อน ถ้าเกิดปัญหาค่อยกลับมาแก้ ค่อยอธิษฐาน หรือค่อยกลับใจภายหลัง


แต่แม้จะได้รับการให้อภัย ผลจากสิ่งที่หว่านไว้บางอย่างก็อาจยังคงอยู่


เพราะฉะนั้น จึงไม่ควรใช้ชีวิตด้วยแนวคิดว่า


“วันนี้ทำตามใจตัวเองก่อน แล้วค่อยแก้ทีหลัง”


บททดสอบเรื่องการเชื่อฟังอาจมาในเรื่องธรรมดามาก

อีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้หลายคนพลาดการตอบสนองพระเจ้า คือเขาไม่รู้ว่าสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นเป็นบททดสอบ


เรามักคิดว่าบททดสอบฝ่ายวิญญาณต้องเกี่ยวกับเรื่องที่ดูเป็นเรื่องศาสนาอย่างชัดเจน


แต่สำหรับเปโตร สิ่งที่ถูกขอให้ทำคือ


ออกไปจับปลาอีกครั้ง


ดูเหมือนเป็นเรื่องอาชีพธรรมดา


ไม่ใช่การประชุม


ไม่ใช่พิธี


ไม่ใช่เรื่องที่ดู “ฝ่ายวิญญาณ”


แต่เมื่อเรื่องราวดำเนินต่อไป การออกไปจับปลาครั้งนั้นกลับกลายเป็นเหตุการณ์สำคัญที่ทำให้เปโตรเห็นบางอย่างเกี่ยวกับพระเยซู เห็นตัวเอง และนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงชีวิตของเขา


บททดสอบเรื่องการตอบสนองพระเจ้าจึงอาจไม่ได้มาเหมือนข้อสอบในโรงเรียน


ไม่มีใครบอกว่า


“เตรียมตัวนะ วันนี้คุณกำลังถูกทดสอบ”


หลายครั้งมันเข้ามาอย่างธรรมดาและแนบเนียนผ่านสถานการณ์ในชีวิตประจำวัน


เราจะรู้ได้อย่างไรว่ากำลังเผชิญบททดสอบเรื่องการเชื่อฟัง?

จากลูกาบทที่ 5 เราเห็นลักษณะสำคัญอย่างหนึ่ง คือมีบางสิ่งเรียกร้องให้เราต้อง “เลือก”


เช่น


  • จะทำหรือไม่ทำ
  • จะตอบสนองหรือไม่ตอบสนอง
  • จะมีส่วนร่วมหรือถอยออก
  • จะให้พระเจ้ามาก่อนหรือให้ความสะดวกของตัวเองมาก่อน
  • จะยอมจ่ายราคาหรือเลือกทางที่ง่ายกว่า

และสิ่งที่กำลังเรียกร้องให้เราทำนั้นต้อง สอดคล้องกับพระคัมภีร์และช่วยให้ชีวิตของเราเดินไปในทางที่ถูกต้องมากขึ้น


เมื่อสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น เราควรให้ความสำคัญและพิจารณาว่า นี่อาจเป็นเวลาที่เราต้องเลือกตอบสนองพระเจ้า


พระเยซูขอจากเปโตรสองครั้ง และทั้งสองครั้งต้องจ่ายราคา

ในเหตุการณ์นี้ พระเยซูขอจากเปโตรอย่างน้อยสองอย่าง


ครั้งที่หนึ่ง: ขอใช้เรือ

เปโตรตอบว่า “ได้”


ทั้งที่เขาเหนื่อยและยังมีงานของตัวเองต้องทำ


ครั้งที่สอง: ขอให้ออกไปจับปลาอีกครั้ง

ครั้งนี้ยากกว่าเดิม


เพราะไม่เพียงต้องเสียเวลา แต่ยังขัดกับสิ่งที่เปโตรเพิ่งประสบมาทั้งคืน


แต่เปโตรก็ตอบ “ได้” อีกครั้ง


สิ่งนี้ทำให้เราเห็นว่า การเชื่อฟังไม่ได้เกิดเฉพาะในเวลาที่เราพร้อม


หลายครั้งพระเจ้ากำลังเรียกร้องการตอบสนองในเวลาที่เราไม่พร้อมทั้งร่างกาย จิตใจ หรือความรู้สึก


คำถามจึงไม่ใช่เพียง


“ฉันพร้อมหรือยัง?”


แต่อาจเป็น


“ถ้าสิ่งนี้ถูกต้อง ฉันจะตอบสนองหรือไม่ แม้ยังไม่รู้สึกพร้อม?”


อย่าให้ความรู้และประสบการณ์กลายเป็นอุปสรรค

เปโตรเป็นชาวประมง


พระเยซูในสายตาของผู้คนเวลานั้นไม่ได้เป็นชาวประมงผู้มีประสบการณ์ แต่เปโตรต่างหากที่รู้เรื่องปลา น้ำ เรือ และเวลาในการออกจับปลา


เขาจึงมีเหตุผลอย่างมากที่จะเชื่อตัวเอง


แต่จุดสำคัญของเรื่องคือ เขาไม่ได้ทิ้งความคิดหรือประสบการณ์ของตัวเอง เขาเพียงไม่ยอมให้สิ่งเหล่านั้นมีอำนาจมากกว่าคำที่เขาตัดสินใจตอบสนอง


บางครั้งสิ่งที่ขวางการเชื่อฟังพระเจ้าไม่ใช่ความไม่รู้ แต่กลับเป็นความรู้ของเราเอง


เพราะเรามีประสบการณ์มาก


เคยผ่านเรื่องคล้ายกันมาแล้ว


คิดว่าเรารู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น


จึงตัดสินล่วงหน้าว่า “ทำไปก็ไม่มีประโยชน์”


เปโตรเองสามารถคิดเช่นนั้นได้


แต่เขาพูดว่า


“แต่ข้าพเจ้าก็จะหย่อนอวนลงตามคำของท่าน”


สรุป: วันที่ผิดหวังอาจกลายเป็นวันที่ชีวิตเปลี่ยนไป

คืนก่อนหน้านั้น เปโตรจับปลาไม่ได้เลย


เขาคงไม่คิดว่า เช้าวันเดียวกันนั้นจะกลายเป็นวันที่สำคัญต่อชีวิตของเขา


สิ่งที่เกิดขึ้นเริ่มต้นจากเรื่องเล็ก ๆ


ซักอวนให้พร้อม


ยอมให้พระเยซูใช้เรือ


และออกไปจับปลาอีกครั้งตามสิ่งที่พระเยซูบอก


เปโตรไม่ได้รู้ผลลัพธ์ล่วงหน้า


เขาเพียงเลือกตอบสนอง


นี่คือสิ่งที่เราสามารถเรียนรู้เมื่อชีวิตไม่เป็นไปตามที่หวัง


อย่ารีบสรุปว่าความผิดหวังคือจุดจบ


อย่าปล่อยให้ความเหนื่อยทำให้หยุดเตรียมชีวิต


อย่าให้เหตุผลและประสบการณ์กลายเป็นกำแพง


และเมื่อรู้ว่าสิ่งใดถูกต้อง จงกล้าที่จะตอบสนอง


เพราะบางครั้ง วันที่เราอยากให้จบเร็วที่สุด อาจเป็นวันที่กำลังเปิดประตูไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่สุดของชีวิต


วันนี้ลองถามตัวเองว่า


มีเรื่องใดที่เรารู้ว่าควรตอบสนอง แต่ยังผัดวันอยู่หรือไม่?


มีเรื่องใดที่เรากำลังเลือกความสะดวกของตัวเองก่อนสิ่งที่รู้ว่าถูกต้องหรือไม่?


และถ้ามี บางทีวันนี้อาจเป็นเวลาที่เราจะพูดเหมือนเปโตรว่า


“แต่ข้าพเจ้าก็จะหย่อนอวนลงตามคำของท่าน”


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเชื่อฟังพระเจ้า

1. การเชื่อฟังพระเจ้าหมายถึงอะไร?

จากเหตุการณ์ของเปโตร การเชื่อฟังคือการฟังสิ่งที่พระเจ้าต้องการและเลือกตอบสนอง แม้ความรู้สึก เหตุผล หรือประสบการณ์ส่วนตัวอาจกำลังบอกให้ทำอีกอย่างหนึ่ง


2. ทำไมการเชื่อฟังพระเจ้าจึงสำคัญ?

เนื้อหานี้เสนอเหตุผลหลักสองประการ คือ พระเจ้าไม่ต้องการให้เรารับผลร้ายจากการกระทำที่ไม่ถูกต้อง และพระองค์ต้องการนำเราไปสู่พระพรที่มากขึ้น


3. ทำไมการเลือกพระเจ้าก่อนจึงรู้สึกยาก?

เพราะราคาของการเชื่อฟังมักต้องจ่ายทันที เช่น เสียเวลา เหนื่อยขึ้น หรือต้องยอมเสียความสะดวกบางอย่าง ขณะที่ผลของการไม่เชื่อฟังอาจยังไม่ปรากฏทันที


4. เราจะรู้ได้อย่างไรว่ากำลังถูกทดสอบเรื่องการเชื่อฟัง?

เมื่อเราต้องเลือกว่าจะทำหรือไม่ทำ จะตอบสนองหรือไม่ตอบสนอง โดยสิ่งที่กำลังถูกเรียกร้องนั้นสอดคล้องกับพระคัมภีร์ พาชีวิตไปในทางที่ดีขึ้น และเป็นการเลือกให้พระเจ้ามาก่อน เราควรให้ความสำคัญกับการตัดสินใจนั้น


5. ทำไมเปโตรจึงยอมออกไปจับปลาอีกครั้ง?

แม้เปโตรจับปลามาทั้งคืนโดยไม่ได้อะไรและมีประสบการณ์มากกว่า แต่เขาเลือกตอบสนองต่อสิ่งที่พระเยซูบอก ผลคือเขาจับปลาได้เป็นอันมากจนอวนกำลังจะปริ


6. การกลับใจทำให้ผลจากการกระทำทั้งหมดหายไปหรือไม่?

ตามเนื้อหานี้ การกลับใจนำมาซึ่งการให้อภัย แต่ผลบางอย่างจากสิ่งที่เราได้ทำหรือหว่านไว้อาจยังคงอยู่ จึงไม่ควรคิดว่าทำตามใจตัวเองก่อนแล้วค่อยกลับมาแก้ภายหลัง


7. เมื่อชีวิตไม่เป็นไปตามที่หวังควรทำอย่างไร?

เรียนรู้จากเปโตรด้วยการเตรียมชีวิตให้พร้อม ไม่ปล่อยให้ความผิดหวังทำลายการเดินกับพระเจ้า เปิดใจตอบสนองเมื่อมีโอกาส และไม่ให้เหตุผล ความเหนื่อย หรือประสบการณ์ในอดีตกลายเป็นอุปสรรคต่อสิ่งที่รู้ว่าควรทำ



📖 อ่านคำเทศนาอื่น ๆ ในชุดนี้

ค้นหาความจริง

เริ่มต้นการเป็นคริสเตียน

เกี่ยวกับเรา

เว็บสยามคริสเตียน - เว็บสำหรับคนอยากรู้จักพระเจ้า
รวมคำเทศนา คำหนุนใจ และพระวจนะจากพระเจ้า โดย ดร.จิโรจ บงกชมาศ แห่งคริสตจักร Hope International Church Seattle เพื่อเสริมสร้างความเชื่อคริสเตียน รู้จักพระเยซู และเรียนรู้พระคัมภีร์ ติดต่อ: christiansiam@gmail.com