คำเทศนา - ในวันที่ทุกอย่างไม่ได้เป็นไปตามที่หวังไว้ ตอนที่ 2
คำเทศนาประจำวันที่ 9 สิงหาคม 2569โดย ดร. จิโรจ บงกชมาศ
1 พงศ์กษัตริย์ 17:8-16; ลูกา 5:1-21
สรุปคำเทศนา - ในวันที่ทุกอย่างไม่ได้เป็นไปตามที่หวังไว้ ตอนที่ 2
วันที่ทุกอย่างไม่ได้เป็นไปตามที่หวัง ตอนที่ 2: เลือกพระเจ้าก่อนแม้เราไม่พร้อม
บางวันเราตั้งใจทำทุกอย่างอย่างดีที่สุด แต่ผลลัพธ์กลับไม่เป็นอย่างที่คิด ทำงานหนักแต่ไม่ได้ผล ทำธุรกิจแต่เกิดปัญหา วางแผนชีวิตไว้แต่ต้องสะดุดเพราะความผิดพลาดของเรา ความผิดพลาดของคนอื่น ปัญหาความสัมพันธ์ หรือแม้แต่ความเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นทั้งที่เราพยายามดูแลตัวเองอย่างดี
วันที่ทุกอย่างไม่ได้เป็นไปตามที่หวัง เป็นวันที่ความเหนื่อยไม่ได้เกิดขึ้นเพียงกับร่างกาย แต่เกิดขึ้นในใจด้วย
พระธรรมลูกา บทที่ 5 พาเราไปพบกับเปโตรในวันที่คล้ายกัน เขาออกไปจับปลาตลอดคืนจนถึงรุ่งเช้า แต่ไม่ได้ปลาสักตัว เมื่อกลับมาถึงฝั่ง สิ่งที่เขาทำคือซักอวน เตรียมเก็บงาน และคงต้องการกลับไปพัก
แต่ในวันนั้นเอง พระเยซูเสด็จมาหาเขา
พระเยซูไม่ได้มาหาเปโตรในวันที่ทุกอย่างกำลังไปได้ดี แต่เข้ามาในวันที่เขาเหนื่อย ผิดหวัง และมีเหตุผลมากมายที่จะบอกว่า “วันนี้ไม่ไหว”
และสิ่งที่เกิดขึ้นต่อจากนั้นสอนเราว่า วันที่ทุกอย่างไม่ได้เป็นไปตามที่หวัง อาจเป็นวันที่เราต้องเรียนรู้ที่จะเลือกพระเจ้าก่อนมากที่สุด
เมื่อชีวิตไม่เป็นไปตามที่หวัง เราควรทำอย่างไร?
ถ้าตอบอย่างกว้างที่สุด เราอาจบอกว่าให้อธิษฐาน พึ่งพาพระเจ้า และวางใจพระองค์
สิ่งเหล่านี้ถูกต้อง แต่บางครั้งความเชื่อของเราอาจถูกนิยามกว้างเกินไป จนเราไม่รู้ว่าจะนำมาใช้ในชีวิตจริงอย่างไร
ลูกา 5 แสดงให้เห็นการตอบสนองที่เป็นรูปธรรมมากขึ้นผ่านชีวิตของเปโตร
เริ่มต้นจากสิ่งง่าย ๆ คือ
กลับมาซักอวน
1. ซักอวนของเรา เพื่อเตรียมพร้อมเริ่มต้นอีกครั้ง
หลังจากจับปลาไม่ได้ทั้งคืน เปโตรและชาวประมงกลับมาซักอวน
อวนที่ถูกใช้งานย่อมมีทั้งกรวด ทราย สาหร่าย และสิ่งต่าง ๆ ติดอยู่ หากไม่ซักให้สะอาด สิ่งเหล่านั้นจะแห้งติดอวน และอาจทำให้อวนเสียได้
การซักอวนยังทำให้ชาวประมงมองเห็นด้วยว่าอวนตรงไหนขาด ตรงไหนต้องซ่อม และอะไรต้องแก้ไขก่อนนำกลับไปใช้อีกครั้ง
ชีวิตของเราก็คล้ายกัน
ทุกครั้งที่เราออกไปใช้ชีวิต เราพบผู้คน เหตุการณ์ ปัญหา ความผิดหวัง และความรู้สึกมากมาย บางอย่างทิ้งร่องรอยไว้ในความคิด บางอย่างสร้างความกลัว บางอย่างทำให้เราโกรธ หรือทำให้เราสงสัยในสิ่งที่เคยเชื่อ
ดังนั้นเราจึงต้องมีเวลาสำหรับการ “ซักอวน” ของชีวิต
อาจเป็นการกลับมาตรวจสอบว่า
- วันนี้เรามีความคิดอะไรที่ต้องแก้ไขหรือไม่
- มีความรู้สึกอะไรที่กำลังทำร้ายเราอยู่หรือไม่
- มีลักษณะชีวิตส่วนไหนที่ต้องเปลี่ยนแปลง
- มีความกลัวหรือความสงสัยอะไรที่ต้องนำกลับมาหาพระเจ้า
- มีเรื่องในอดีตอะไรที่เรายังแบกไว้จนไม่สามารถเริ่มต้นใหม่ได้
การมาคริสตจักร การเรียนพระคัมภีร์ หรือการใช้เวลาร่วมกันเพื่อรับการหนุนใจ จึงเปรียบเหมือนการกลับมาซักอวนของชีวิต
เราไม่ได้ซักอวนเพราะชีวิตไม่มีคุณค่า แต่ซักเพราะเราต้องการให้อวนสะอาด แข็งแรง และพร้อมถูกใช้งานอีกครั้ง
เมื่อความคิดไม่ดีเกิดขึ้นก็ต้องซ่อม
เมื่อความรู้สึกไม่ดีเกิดขึ้นก็ต้องแก้ไข
เมื่อความกลัวเข้ามาก็ต้องนำความกลัวนั้นกลับมาหาพระเจ้า
ซักชีวิตของเราในทุกวัน เพื่อที่เราจะพร้อมเริ่มต้นใหม่กับพระเจ้า และไม่ต้องกลายเป็นทาสของอดีต
2. อย่าให้การซักอวนกลายเป็นการประกาศว่า “ฉันยอมแพ้แล้ว”
การซักอวนมีอีกความหมายหนึ่ง
เมื่อชาวประมงเริ่มซักอวน นั่นหมายความว่าวันทำงานของเขาจบแล้ว เขาจะไม่ออกไปจับปลาอีกในวันนั้น
ในมุมมองของเปโตร การซักอวนจึงอาจเป็นเหมือนการยอมรับว่า
“วันนี้จบแล้ว”
“วันนี้ไม่ได้ปลา”
“พอก่อน”
แต่ในขณะที่เปโตรกำลังจะปิดวันของตัวเอง พระเยซูกลับเดินเข้ามา
ดูเหมือนพระเยซูกำลังขัดจังหวะการทำงานของเขา แต่แท้จริงแล้ว สิ่งที่พระเยซูกำลังขัดจังหวะอาจไม่ใช่การทำงาน
พระเยซูกำลังขัดจังหวะการยอมแพ้
บางครั้งเราก็เดินมาถึงจุดเดียวกัน
เราเหนื่อยแล้ว
เราลองมาหลายครั้งแล้ว
เราผิดหวังมากพอแล้ว
เราไม่อยากเดินต่อแล้ว
และเราเริ่ม “ซักอวน” ด้วยความคิดว่าทุกอย่างคงจบลงตรงนี้
แต่วันที่เราคิดว่าเวลาแห่งโอกาสหมดไปแล้ว อาจไม่ใช่วันที่โอกาสของพระเจ้าหมดไป
เพราะผู้ที่สร้างโอกาสและเปิดโอกาสใหม่ได้คือพระเจ้า
ดังนั้น เมื่อ วันที่ทุกอย่างไม่ได้เป็นไปตามที่หวัง มาถึง อย่ารีบมองชีวิตด้วยมุมมองของมนุษย์เพียงอย่างเดียว
ซักความกลัวออกไป
ซักความสงสัยออกไป
ซักความผิดหวังออกไป
เตรียมชีวิตให้พร้อมอีกครั้ง
แต่อย่าเพิ่งยอมแพ้
3. พระเยซูขอใช้เรือของเปโตรในวันที่เขาไม่พร้อม
หลังจากนั้น พระเยซูทรงลงเรือของซีโมนเปโตร และขอให้เขาถอยเรือออกจากฝั่งเล็กน้อย เพื่อพระองค์จะทรงสอนประชาชนจากเรือนั้น
ดูเผิน ๆ คำขอนี้อาจไม่ได้ดูยิ่งใหญ่
แต่สำหรับเปโตร มันมีราคาที่ต้องจ่าย
เขาจับปลามาทั้งคืน
เขาเหนื่อย
เขากำลังซักอวน
เขาต้องการกลับไปนอน
และการยอมให้พระเยซูใช้เรือ หมายความว่าเขาต้องหยุดสิ่งที่กำลังทำ ต้องออกเรืออีกครั้ง และเวลาพักของเขาจะลดลง
เขาจึงมีเหตุผลมากมายที่จะปฏิเสธ
“ยินดีช่วย แต่ไม่ใช่วันนี้”
“รอให้ผมพร้อมก่อน”
“รอให้ผมสบายใจก่อน”
“รอให้ธุรกิจดีขึ้นก่อน”
“รอให้ปัญหานี้จบก่อน”
“ทำไมไม่ใช้เรืออีกลำหนึ่ง?”
คำถามสำคัญคือ พระเยซูไม่รู้หรือว่าเปโตรเหนื่อย?
พระองค์รู้
พระองค์รู้ว่าเปโตรไม่พร้อมทั้งทางร่างกายและความรู้สึก
แต่สิ่งที่พระเยซูต้องการจากเปโตรในวันนั้น ไม่ใช่ความพร้อมสมบูรณ์แบบ
พระองค์ต้องการใจที่พร้อมจะเลือกพระเจ้าก่อน แม้ตัวเองจะยังไม่พร้อม
ความเชื่อไม่ใช่เพียงความรู้สึก แต่เป็นการตัดสินใจ
หลายครั้งเราอาจคิดว่า ถ้าวันหนึ่งเรารู้สึกพร้อม เราจะเชื่อฟังพระเจ้าได้ดีขึ้น
ถ้ามีเวลามากกว่านี้ เราจะให้เวลาพระเจ้า
ถ้ามีเงินมากกว่านี้ เราจะให้พระเจ้า
ถ้าชีวิตไม่มีปัญหา เราจะรับใช้ได้มากขึ้น
ถ้าสบายใจกว่านี้ เราจะเข้าร่วม
แต่บทเรียนจากเปโตรกลับตรงกันข้าม
ความเชื่อคือการตัดสินใจให้พระเจ้าในสิ่งที่พระองค์ต้องการ แม้เราจะไม่พร้อมหรือไม่สะดวก
โดยเฉพาะในวันที่เราสามารถหาเหตุผลได้มากมายว่าทำไมเราจึงทำไม่ได้
วันที่เราต้องเอาชนะความเหนื่อย
วันที่เราต้องเอาชนะความรู้สึก
วันที่เราต้องเอาชนะตัวเอง
วันแบบนั้นอาจกลายเป็นโอกาสสำคัญที่จะทำให้เราได้มีประสบการณ์กับพระเจ้าในระดับที่ลึกขึ้น
มองสิ่งที่พระเจ้าขอเป็น “โอกาส” หรือ “ภาระ”
เมื่อพระเยซูขอใช้เรือ เปโตรสามารถมองเหตุการณ์เดียวกันได้สองแบบ
แบบแรกคือมองว่าเป็นภาระ
เขาจะนอนได้น้อยลง
เขาจะเหนื่อยขึ้น
เขาต้องเสียเวลาเพิ่ม
แต่อีกแบบคือมองว่านี่เป็นโอกาส
โอกาสที่จะให้พระเยซูใช้สิ่งที่เขามี
โอกาสที่จะเลือกพระเจ้าก่อน
โอกาสที่จะได้เห็นสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไป
ในชีวิตของเราก็เช่นกัน
หลายสิ่งขึ้นอยู่กับมุมมองของเราว่า สิ่งที่อยู่ตรงหน้าเป็น “ภาระ” หรือ “โอกาส”
การใช้เวลาเพื่อพระเจ้าเป็นภาระหรือเป็นโอกาส?
การเสียสละเป็นภาระหรือเป็นโอกาส?
การปรับตารางชีวิตเพื่อพระเจ้าเป็นปัญหา หรือเป็นโอกาสที่เราจะเติบโต?
คำตอบของเราแสดงให้เห็นว่าอะไรอยู่ก่อนและอะไรอยู่หลังในชีวิต
4. หญิงม่ายแห่งศาเรฟัท: เลือกพระเจ้าก่อนในวันที่แทบไม่เหลืออะไร
หลักการเดียวกันปรากฏอีกครั้งใน 1 พงศ์กษัตริย์ บทที่ 17
ในช่วงที่เกิดความแห้งแล้งยาวนาน เอลียาห์เดินทางไปหาหญิงม่ายแห่งเมืองศาเรฟัท
แต่หญิงม่ายที่เขาพบไม่ได้อยู่ในสภาพพร้อมจะช่วยใคร
ตรงกันข้าม นางกำลังอยู่ในความขาดแคลนอย่างหนัก
สิ่งที่เหลืออยู่มีเพียงแป้งเล็กน้อยและน้ำมันอีกเล็กน้อย นางตั้งใจจะนำสิ่งที่มีอยู่ไปทำอาหารมื้อสุดท้ายสำหรับตัวเองกับลูก
แต่เอลียาห์กลับขอให้นางทำอาหารให้เขาก่อน
เมื่อมองด้วยสายตามนุษย์ นี่เป็นคำขอที่ยากมาก
หญิงม่ายคนนี้มีลูก
มีอาหารเหลือเพียงเล็กน้อย
และกำลังอยู่ในช่วงเวลาที่น่ากลัวที่สุดช่วงหนึ่งของชีวิต
นางมีเหตุผลทุกอย่างที่จะปฏิเสธ
แต่สุดท้าย นางเลือกทำตามสิ่งที่เอลียาห์บอก
และหลังจากนั้น แป้งในหม้อไม่หมดและน้ำมันในไหไม่ขาดตลอดช่วงเวลานั้น
เรื่องนี้จึงสะท้อนหลักการเดียวกับเปโตร
ทั้งสองคนไม่ได้เลือกพระเจ้าในวันที่ตัวเองพร้อม
แต่เลือกพระเจ้าในวันที่ตัวเองมีเหตุผลมากมายที่จะบอกว่า “ไม่”
การเลือกพระเจ้าก่อนต้องฝึกจนกลายเป็นวิถีชีวิต
ถ้าเรากล้าที่จะเลือกพระเจ้าก่อนเฉพาะวันที่สะดวก การเลือกนั้นอาจยังไม่กลายเป็นนิสัย
แต่เมื่อเราเรียนรู้ที่จะเลือกพระเจ้าก่อนในวันที่ไม่พร้อม วันที่ไม่สบาย วันที่รู้สึกแย่ หรือวันที่ปัญหากำลังถาโถมเข้ามา ความกล้านั้นจะค่อย ๆ กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต
สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่เพียงการพูดว่า
“ฉันมีความเชื่อ”
แต่เป็นการทำให้ความเชื่อนั้นเห็นได้อย่างเป็นรูปธรรมว่า
- เรื่องเวลา เราให้อะไรก่อน
- เรื่องเงิน เราให้อะไรก่อน
- เรื่องการตัดสินใจ เราเลือกหลักการใดก่อน
- เมื่อความรู้สึกของเราขัดกับสิ่งที่พระเจ้าต้องการ เราเลือกอะไร
- เมื่อเราต้องต่อสู้กับความหยิ่งหรือความต้องการของตัวเอง เราเชื่อฟังใคร
สิ่งที่สำคัญสำหรับเรา มักถูกวางไว้ก่อนเสมอ
ดังนั้นการดำเนินชีวิตจึงเปิดเผยได้ชัดเจนกว่าคำพูดว่า แท้จริงแล้วเราให้สิ่งใดมาก่อน
การเลือกพระเจ้าก่อนมีราคาที่ต้องจ่าย
เปโตรต้องเสียเวลาพัก
หญิงม่ายต้องนำสิ่งที่เหลือน้อยมากของตัวเองออกมา
และในชีวิตจริง การเลือกพระเจ้าก่อนก็อาจหมายถึงการต้องยอมเหนื่อยมากขึ้น ปรับตารางเวลา นอนน้อยลง ขับรถไกลขึ้น เสียสละเวลา หรือยอมทำสิ่งที่ไม่สะดวก
จึงไม่ใช่เรื่องง่าย
แต่ถ้าเราทำซ้ำไปเรื่อย ๆ วิธีคิดของเราจะเริ่มเปลี่ยน
สิ่งที่ครั้งหนึ่งดูเหมือนเป็นความเสี่ยง อาจค่อย ๆ กลายเป็นเรื่องปกติ
การใช้ความเชื่อจึงไม่ใช่เพียงการรอให้ตัวเองรู้สึกกล้า แต่เป็นการต่อสู้กับความคิดที่พยายามพาเรากลับไปหาความปลอดภัยเดิม ๆ
จนวันหนึ่ง การเลือกพระเจ้าก่อนกลายเป็น new normal หรือสิ่งปกติในชีวิตของเรา
อย่ารอให้พร้อมจึงค่อยเลือกพระเจ้า
หนึ่งในกับดักที่เกิดขึ้นได้ง่าย คือการรอ
รอให้ธุรกิจดีขึ้น
รอให้มีเงินมากขึ้น
รอให้มีเวลา
รอให้ชีวิตลงตัว
รอให้สบายใจ
รอให้พร้อม
แต่ถ้าเปโตรรอให้ตัวเองพร้อม เขาอาจกลับบ้านไปนอนแล้ว
ถ้าหญิงม่ายรอจนตัวเองมีมากพอ นางก็ไม่มีอะไรจะให้ในวันนั้น
การเลือกพระเจ้าก่อนจึงไม่ได้เริ่มต้นเมื่อเรามีทุกอย่างพร้อม
แต่มักเริ่มต้นตรงจุดที่เราต้องตัดสินใจว่า
ระหว่างเหตุผลของเรากับสิ่งที่พระเจ้าต้องการ เราจะให้อะไรมาก่อน
วันที่ทุกอย่างไม่ได้เป็นไปตามที่หวัง อาจเป็นวันแห่งโอกาส
วันที่ผิดหวังไม่จำเป็นต้องกลายเป็นวันที่เราเดินห่างจากพระเจ้า
วันที่ถูกปฏิเสธไม่จำเป็นต้องเป็นวันที่เราหยุดทุกอย่าง
วันที่ธุรกิจมีปัญหาไม่จำเป็นต้องเป็นวันที่เราบอกว่าไม่มีอะไรเหลือให้พระเจ้าแล้ว
บางครั้ง วันเหล่านี้กลับเป็นวันที่เราควรถามว่า
“พระเยซูต้องการใช้เรือของฉันหรือไม่?”
“มีอะไรที่พระเจ้าต้องการจากฉันในวันนี้?”
“มีตารางชีวิตส่วนไหนที่ฉันต้องปรับ?”
“มีวิธีใช้เวลาหรือใช้เงินอะไรที่ต้องเปลี่ยน?”
“มีความคิด ความกลัว หรือความรู้สึกอะไรที่ฉันต้องกลับมาซักออก?”
เพราะวันที่เราคิดว่าทุกอย่างผิดแผน อาจเป็นวันที่พระเจ้ากำลังเข้ามาทำบางอย่างที่เราไม่เคยวางแผนไว้
สรุป: ซักอวน แต่อย่ายอมแพ้ และเลือกพระเจ้าก่อน
จากเหตุการณ์ในลูกา 5 เราเห็นบทเรียนสำคัญหลายประการ
หนึ่ง ซักอวนของเรา
กลับมาตรวจสอบความคิด ความรู้สึก ลักษณะชีวิต ความกลัว และสิ่งที่ต้องซ่อมแซม เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการเริ่มต้นใหม่
สอง อย่ารีบยอมแพ้
สิ่งที่ดูเหมือนเป็นการขัดจังหวะจากพระเจ้า อาจเป็นการขัดจังหวะการยอมแพ้ของเรา
สาม ให้พระเยซูใช้เรือ
อย่ารอให้ทุกอย่างพร้อมก่อนจึงค่อยตอบสนองพระเจ้า เปโตรให้พระเยซูใช้เรือทั้งที่เหนื่อยและผิดหวัง
สี่ เลือกพระเจ้าก่อน
หญิงม่ายแห่งศาเรฟัทและเปโตรต่างอยู่ในสภาพที่มีเหตุผลจะปฏิเสธ แต่ทั้งสองเลือกตอบสนองต่อสิ่งที่พระเจ้าต้องการก่อน
และสุดท้าย จงฝึกการเลือกพระเจ้าก่อนจนสิ่งนี้กลายเป็นวิถีชีวิต
เมื่อ วันที่ทุกอย่างไม่ได้เป็นไปตามที่หวัง มาถึง อย่าให้วันนั้นทำให้เราจมอยู่กับความเสียใจเพียงอย่างเดียว
ให้เรากลับมาซักอวน
ซักความกลัวออกไป
ซักความสงสัยออกไป
ซ่อมแซมสิ่งที่ต้องซ่อม
และมองหาให้ดีว่า ท่ามกลางวันที่ดูเหมือนทุกอย่างผิดแผน พระเยซูกำลังเดินเข้ามาขอใช้ “เรือ” อะไรในชีวิตของเราอยู่หรือไม่
FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเลือกพระเจ้าก่อน
1. เมื่อชีวิตไม่เป็นไปตามที่หวัง ควรทำอะไรเป็นอันดับแรก?
เริ่มจากการกลับมาหาพระเจ้าและ “ซักอวน” ของชีวิต ตรวจสอบความคิด ความรู้สึก ความกลัว ความสงสัย และสิ่งที่ต้องแก้ไข เพื่อเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการเริ่มต้นใหม่
2. “ซักอวน” ในบทความนี้หมายความว่าอะไร?
เป็นภาพเปรียบเทียบจากเปโตรที่กลับมาซักอวนหลังจับปลาไม่ได้ หมายถึงการกลับมาตรวจสอบและซ่อมแซมชีวิต ทำความสะอาดความคิดและความรู้สึกที่ไม่ดี เพื่อให้พร้อมถูกใช้อีกครั้ง
3. ทำไมพระเยซูจึงขอใช้เรือของเปโตรในวันที่เขาเหนื่อย?
เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นว่า สิ่งที่พระเยซูต้องการจากเปโตรไม่ใช่ความพร้อมสมบูรณ์แบบ แต่เป็นใจที่ยอมเลือกพระเจ้าก่อน แม้ตัวเองจะไม่พร้อมหรือไม่สะดวก
4. การเลือกพระเจ้าก่อนหมายถึงอะไร?
หมายถึงการตัดสินใจให้สิ่งที่พระเจ้าต้องการมาก่อนความสะดวก ความรู้สึก หรือเหตุผลของเรา โดยทำให้ความเชื่อเห็นเป็นรูปธรรมผ่านการใช้เวลา การให้ การรับใช้ และการเชื่อฟัง
5. ทำไมวันที่เราไม่พร้อมจึงเป็นช่วงเวลาสำคัญของความเชื่อ?
เพราะเป็นวันที่เราต้องเอาชนะตัวเอง ความเหนื่อย ความกลัว หรือเหตุผลต่าง ๆ และตัดสินใจว่าอะไรสำคัญที่สุดในชีวิตของเรา
6. หญิงม่ายแห่งศาเรฟัทเกี่ยวข้องกับเรื่องของเปโตรอย่างไร?
ทั้งสองเหตุการณ์มีหลักการคล้ายกัน คือคนที่อยู่ในสภาพไม่พร้อมถูกขอให้เลือกพระเจ้าก่อน เปโตรเหนื่อยและผิดหวัง ส่วนหญิงม่ายกำลังขาดแคลนอย่างหนัก แต่ทั้งสองเลือกตอบสนองต่อสิ่งที่พระเจ้าต้องการ
7. จะทำอย่างไรให้การเลือกพระเจ้าก่อนกลายเป็นนิสัย?
ต้องฝึกตัดสินใจซ้ำ ๆ โดยเฉพาะในวันที่ไม่สะดวก เมื่อทำต่อเนื่อง วิธีคิดจะค่อย ๆ เปลี่ยน และการเลือกพระเจ้าก่อนจะกลายเป็นวิถีชีวิตแทนที่จะเป็นเพียงการตัดสินใจเป็นครั้ง ๆ
📖 อ่านคำเทศนาอื่น ๆ ในชุดนี้
ดูคำเทศนาเพิ่มเติม: คำเทศนาออนไลน์ทั้งหมด | พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม | พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่ | หมวดหมู่คำเทศนาทั้งหมด | ชุดคำเทศนา (Series) | รวมผู้เทศนา