คำเทศนา - หุบเขาเงามัจจุราช ตอนที่ 1
คำเทศนาประจำวันที่ 30 มีนาคม 2568โดย ดร. จิโรจ บงกชมาศ
สดุดี 23:1-6
สรุปคำเทศนา - หุบเขาเงามัจจุราช ตอนที่ 1
บทนำ: ความหมายของประสบการณ์ผ่านปัญหาในชีวิต (สดุดีบทที่ 23)
เช้านี้เราจะมีการฟังพระวจนะพระเจ้าในหัวข้อใหม่ด้วยกัน ความจริงแล้วเราแต่ละคนต่างมีปัญหาด้วยกันทั้งสิ้น บางคนอาจมีปัญหาเล็ก บางคนมีปัญหาใหญ่ และหลายครั้งเมื่อคนของพระเจ้าไปอ่านพระคัมภีร์ เมื่อเขาเจอปัญหาในชีวิตโดยเฉพาะปัญหาใหญ่ เขามักตั้งชื่อให้กับปัญหานั้น เปรียบเหมือนหลายคนตั้งชื่อให้รถ ตั้งชื่อให้บ้าน หรือตั้งชื่อให้โทรศัพท์ ภรรยาผมเองก็ตั้งชื่อให้รถเหมือนกัน และบางคนก็มีการตั้งชื่อสิ่งต่างๆ ในชีวิต
ในพระคัมภีร์ เปาโลเคยเจอปัญหาหนึ่ง ปัญหาหนักในชีวิต และเขารู้สึกว่าปัญหานั้นทำให้เขาอ่อนแอ เขาตั้งชื่อปัญหานั้นว่า “หนามใหญ่” ซึ่งปรากฏใน 2 โครินธ์ 12:7-8
ส่วนชนชาติอิสราเอล เมื่อออกจากอียิปต์ ข้ามทะเลแดง และเข้าไปสู่ถิ่นทุรกันดาร พวกเขาเดินทางอยู่หลายวันโดยไม่มีน้ำ จนวันหนึ่งพบบ่อน้ำและดีใจมาก แต่เมื่อรีบดื่มกลับพบว่าน้ำนั้นขม พวกเขาจึงเรียกตำบลนั้นว่า “มารา” แปลว่า “ขม” เป็นประสบการณ์แห่งความขมที่ถูกตั้งชื่อไว้
กษัตริย์ดาวิดเอง เมื่อพบปัญหาใหญ่ในชีวิต ปัญหาที่หนักมากจนทำให้เขาเกือบจะตายทั้งฝ่ายร่างกายและจิตใจ เขาตั้งชื่อประสบการณ์ครั้งนั้นว่า “หุบเขาเงามัจจุราช” ภาษาอังกฤษคือ “the valley of the shadow of death” ซึ่งหากแปลตรงตัวคือ “หุบเขาเงาแห่งความตาย” แต่ภาษาไทยใช้คำว่า “มัจจุราช” ซึ่งแปลว่าความตาย หรือหมายถึงเจ้าแห่งความตาย เป็นสิ่งที่ใหญ่ที่สุด เพราะไม่มีใครหนีพ้น
ดาวิดกำลังบรรยายว่าเขาเผชิญปัญหาใหญ่ ปัญหานี้อาจทำให้เขาตายก็ได้ ไม่ว่าปัญหาของเราจะเล็กหรือใหญ่ สิ่งที่ควรรู้คือพระเจ้าอยากช่วยให้เราพ้นจากปัญหา พระองค์อยากให้เราออกจากปัญหาและเติบโตขึ้นพร้อมรับพระพรมากขึ้น
เช้านี้เราจะศึกษาเรื่อง “หุบเขาเงามัจจุราช” ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่ดาวิดเขียนไว้ในสดุดีบทที่ 23
สดุดีบทที่ 23 — บทเพลงสรรเสริญท่ามกลางความมืด
ผมจะอ่านพระธรรมให้ฟังก่อน:
“พระยาห์เวห์ทรงเลี้ยงดูข้าพเจ้าดุจเลี้ยงแกะ ข้าพเจ้าจะไม่ขัดสน พระองค์ทรงทำให้ข้าพเจ้านอนลงที่ทุ่งหญ้าเขียวสด พระองค์ทรงนำข้าพเจ้าไปริมน้ำแดนสงบ พระองค์ทรงคืนความสดชื่นแก่ชีวิตข้าพเจ้า พระองค์ทรงนำข้าพเจ้าไปในทางชอบธรรม เพราะเห็นแก่พระนามของพระองค์ แม้ข้าพระองค์จะเดินฝ่าหุบเขาเงามัจจุราช ข้าพระองค์ไม่กลัวอันตรายใดๆ เพราะพระองค์สถิตกับข้าพระองค์ คทาและธารพระกรของพระองค์ปลอบโยนข้าพระองค์ พระองค์ทรงจัดเตรียมโต๊ะอาหารให้ข้าพระองค์ ต่อหน้าต่อตาคู่อริของข้าพระองค์ พระองค์ทรงเจิมศีรษะข้าพระองค์ด้วยน้ำมัน ถ้วยของข้าพระองค์ก็ล้นอยู่ แน่ทีเดียวที่ความดีและความรักมั่นคงจะติดตามข้าพเจ้าไป ตลอดวันคืนแห่งชีวิตของข้าพเจ้า และข้าพเจ้าจะอยู่ในพระนิเวศของพระยาห์เวห์สืบไปเป็นนิตย์”
เมื่อดาวิดพบกับปัญหา “หุบเขาเงามัจจุราช” สิ่งที่เขาทำคือเขียนบทเพลงนี้ เป็นบทเพลงสรรเสริญพระเจ้า
สดุดีบทนี้มีสองสิ่งสำคัญที่เราจะเรียนรู้ด้วยกัน
1. บริบทของสดุดีบทที่ 23
หลายคนเชื่อว่าดาวิดเขียนสดุดีบทนี้ในวัยชรา หลังจากผ่านประสบการณ์ชีวิตอย่างโชกโชน ตั้งแต่จุดต่ำสุดคือเป็นเด็กเลี้ยงแกะที่ไม่มีใครสนใจ ไม่มีสถานภาพ ไม่มีเงิน ไม่มีหน้าตา จนพระเจ้าพาเขาขึ้นมาถึงจุดสูงสุดคือได้เป็นกษัตริย์แห่งอิสราเอล
แต่แม้จะเป็นกษัตริย์ ชีวิตของดาวิดก็ไม่ราบรื่น เขาถูกซาอูลตามฆ่าเพราะความอิจฉา ต่อมามีเหตุการณ์ที่หลายคนเชื่อว่าเป็นบริบทของสดุดีบทนี้ นั่นคืออับซาโลม ลูกชายของดาวิดก่อกบฏ ต้องการฆ่าพ่อเพื่อขึ้นเป็นกษัตริย์
ดาวิดเจอจุดต่ำสุดอีกครั้ง คนที่ตามฆ่าเขาครั้งนี้ไม่ใช่ศัตรูภายนอก แต่เป็น “ลูกชายของเขาเอง” สิ่งนี้ทำให้ดาวิดใจแตกสลาย เขาไม่กล้าสู้กลับ เพราะไม่อยากฆ่าลูกชาย เขาหวังว่าวันหนึ่งอับซาโลมจะกลับใจ เขาจึงหนีออกจากพระราชวังด้วยน้ำตาและความเจ็บปวด
ใน 2 ซามูเอล บทที่ 15 บรรยายเหตุการณ์ที่ดาวิดเดินหนีไปยังถิ่นทุรกันดารด้วยความเศร้าและหวาดกลัว เป็นประสบการณ์ที่ทั้ง “เฉียดตาย” และ “ใจแตกสลาย” พร้อมกัน
ดาวิดเรียกประสบการณ์ครั้งนี้ว่า “หุบเขาเงามัจจุราช” เพราะมันเป็นปัญหาที่เขา “ไม่สามารถเอาชนะได้” หากเขาชนะด้วยการฆ่าลูกชาย เขาก็จะเป็นฝ่ายแพ้ในความเป็นพ่อ
นี่จึงเป็นปัญหาที่ต้อง “เดินผ่าน” ไม่ใช่ “ต่อสู้เอาชนะ”
หลายปัญหาในชีวิตเราก็เช่นกัน:
- ถ้าสู้ ก็แตกหัก
- ถ้าชนะ ก็แพ้ในความสัมพันธ์
- ถ้าฝืนต่อสู้ ก็ไม่มีใครชนะจริง
ดาวิดจึงเลือก “นิ่ง” “หนี” และ “หวังใจในพระเจ้า” เพื่อผ่านหุบเขานี้ไปให้ได้
ภาพเปรียบเทียบ: นักเลี้ยงแกะเดินผ่านหุบเขาแห่งความมืด
ในยุคโบราณ นักเลี้ยงแกะจะต้องพาฝูงแกะข้ามจากภูเขาหนึ่งไปยังอีกภูเขาที่อุดมสมบูรณ์กว่า แต่การไปถึงที่ใหม่ต้อง “เดินลงหุบเขา” ผ่านความมืด ความลึก และความเสี่ยงก่อนเสมอ
ดาวิดในฐานะอดีตเด็กเลี้ยงแกะ เข้าใจภาพนี้อย่างลึกซึ้ง และจึงใช้ภาพ “หุบเขาเงามัจจุราช” เพื่ออธิบายประสบการณ์ชีวิตของเขาเอง
พระเจ้าอนุญาตให้เราเดิน “ผ่าน” ไม่ใช่ “ตกตาย” ในหุบเขา เพื่อจะพาเราไปยังภูเขาลูกใหม่ที่อุดมกว่าเสมอ
ตัวอย่างบุคคลในพระคัมภีร์ที่ผ่านหุบเขา
หลายคนในพระคัมภีร์ถูก “ซ่อน” ในถิ่นทุรกันดารก่อนที่พระเจ้าจะยกขึ้น เช่น:
- ดาวิด หนีซาอูล 8 ปี
- โมเสส อยู่ในถิ่นทุรกันดาร 40 ปี
- เอลียาห์ หนีการตามฆ่าของเยซาเบล
- ชนชาติอิสราเอล เดินในถิ่นกันดาร
หลายครั้งสถานที่ที่ยากที่สุด อาจเป็นสถานที่ที่พระเจ้าซ่อนเราไว้เพื่อปกป้อง เตรียม และสอนเรา
วันหนึ่ง พระเจ้าจะพาเราข้ามจากหุบเขาไปยังภูเขาลูกใหม่ ตามที่พระองค์ทรงสัญญาไว้
2. ภาพรวมของสดุดีบทที่ 23
สดุดีบทนี้มี 6 ข้อ แต่เมื่อรวมกันแล้ว ดาวิดกำลังแบ่งปัน 3 ความจริงที่สำคัญสำหรับชีวิตคริสเตียน
2.1 ชีวิตกับพระเจ้าไม่ได้ราบรื่นเสมอไป
สดุดี 23 แบ่งออกเป็น 3 ช่วง:
- ทุ่งหญ้าเขียวสด — ช่วงอุดมสมบูรณ์
- หุบเขาเงามัจจุราช — ช่วงมืดมน ยากลำบาก
- เต็นท์ของพระเจ้า — ช่วงที่พระเจ้าต้อนรับ ให้ความอบอุ่น และหนุนใจ
ชีวิตคริสเตียนก็เป็นเช่นนี้
มีขึ้น มีลง มีล้ม มีฟื้น และท้ายที่สุดพระเจ้าจะนำเราไปถึงความอุดมสมบูรณ์ใหม่ทุกครั้ง
2.2 พระเจ้าอยู่ด้วยเสมอ
ข้อที่ 4 กล่าวว่า:
“เพราะพระองค์ทรงสถิตอยู่กับข้าพระองค์”
ประโยคนี้อยู่ตรง กึ่งกลาง ของบททั้งหมด ด้านหน้ามี 26 คำ ด้านหลังมี 26 คำ แสดงว่าดาวิด “ตั้งใจ” ให้ประโยคนี้เป็นหัวใจของบทเพลง
ความจริงสำคัญคือ:
- สิ่งที่น่ากลัวไม่ใช่หุบเขา
- สิ่งที่น่ากลัวคือ “พระเจ้าไม่ได้อยู่กับเรา”
ถ้าเราเดินกับพระเจ้า เราจะผ่านไปได้ แต่ถ้าเดินด้วยกำลังตัวเอง มักไปไม่ถึง ดาวิดยืนยันว่าไม่ว่าตนจะอยู่ที่ใด—ทุ่งหญ้า หุบเขา หรือเต็นท์—พระเจ้าอยู่ด้วยเสมอ
2.3 ความดีและความรักมั่นคงของพระเจ้าจะติดตามเรา
ข้อที่ 6 กล่าวว่า:
“ความดีและความรักมั่นคงจะติดตามข้าพเจ้าไป”
คำว่า “ติดตาม” ในภาษาฮีบรู คือภาพของ “การไล่ล่า” เหมือนหมาวิ่งไล่เราแบบไม่หยุด แต่สิ่งที่ไล่ดาวิดคือ:
- ความดีของพระเจ้า
- ความเมตตาของพระองค์
ไม่ว่าเราจะเจอปัญหาอะไร ความดีและความเมตตาวิ่งไวกว่าเสมอ ไล่ล่าเราเพื่อปกป้อง ให้อภัย และอวยพรเราไม่หยุด ดาวิดจึงมั่นใจว่าเขาไม่สามารถหนีความรักของพระเจ้าได้ และเขาจะอยู่ในพระนิเวศของพระองค์เสมอไป
บทสรุป: ความหวังในหุบเขา
เช้านี้ไม่ว่าคุณจะ:
- อยู่ในทุ่งหญ้าเขียวสด
- อยู่ในหุบเขาเงามัจจุราช
- หรืออยู่ที่ใดในเส้นทางชีวิต
ขอให้คุณมั่นใจว่า พระเจ้าไม่ได้ทอดทิ้งคุณ
ความดีและความเมตตาของพระองค์ติดตามคุณอยู่เสมอ
วันหนึ่งคุณจะนั่งในเต็นท์ของพระเจ้า และพระองค์จะอวยพร ดูแล และหนุนใจคุณ
ขอให้คุณมีกำลังใจในเช้านี้ ในนามพระเยซูคริสต์เจ้า เอเมน
FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับหุบเขาเงามัจจุราช (สดุดีบทที่ 23)
1) หุบเขาเงามัจจุราชคืออะไร?
หุบเขาเงามัจจุราชคือประสบการณ์ปัญหาใหญ่ในชีวิตที่ดาวิดเผชิญ ปัญหาที่หนักมากจนทำให้เขารู้สึกว่าอาจถึงขั้นตายทั้งฝ่ายร่างกายและจิตใจ เป็นช่วงเวลาที่เขาต้องเดินผ่านความมืด ความเจ็บปวด และการทรยศจากคนที่รักที่สุด เช่น อับซาโลม ลูกชายที่ก่อกบฏและต้องการฆ่าเขา
2) ทำไมดาวิดถึงเรียกปัญหานี้ว่าหุบเขาเงามัจจุราช?
เพราะเขาต้องเผชิญกับสิ่งที่ทั้งลึก ทั้งมืด และอันตราย เปรียบเหมือนการเดินลงหุบเขาในถิ่นทุรกันดารที่เต็มไปด้วยความเสี่ยง อีกทั้งปัญหาครั้งนี้ทำให้ดาวิดแทบจะหมดเรี่ยวแรงทั้งกายและใจ เขาไม่สามารถสู้กลับได้เพราะไม่อยากฆ่าลูกชาย และนี่คือปัญหาที่ “แม้เอาชนะได้ แต่เมื่อชนะก็แพ้” จึงต้องเลือกที่จะเดินผ่าน ไม่ใช่สู้เอาชนะ
3) พระเจ้ามีบทบาทอย่างไรในช่วงเวลาที่เราผ่านหุบเขา?
ดาวิดกล่าวชัดเจนว่า “เพราะพระองค์ทรงสถิตอยู่กับข้าพระองค์” พระเจ้าอยู่กับเขาทั้งในทุ่งหญ้าเขียวสดและในหุบเขาเงามัจจุราช สิ่งที่น่ากลัวไม่ใช่ปัญหา แต่คือการที่พระเจ้าไม่อยู่กับเรา เมื่อพระเจ้าอยู่ด้วย เราสามารถเดินผ่านหุบเขาได้ และความดีรวมทั้งความเมตตาของพระเจ้าจะติดตามเราเสมอ
4) ทำไมพระเจ้าจึงอนุญาตให้เราผ่านหุบเขาแห่งความยากลำบาก?
เหมือนคนเลี้ยงแกะที่ต้องพาฝูงแกะข้ามจากภูเขาหนึ่งไปยังอีกภูเขาที่อุดมสมบูรณ์กว่า การจะไปถึงจุดที่ดีกว่าต้องเดินลงหุบเขามืดก่อน พระเจ้าจึงอนุญาตให้เราผ่านหุบเขาเพื่อเตรียมเรา พัฒนาเรา และซ่อนเราไว้เพื่อปกป้อง จนถึงวันหนึ่งที่พระองค์จะพาเราไปยังภูเขาที่อุดมกว่า
5) ความดีและความรักมั่นคงของพระเจ้าติดตามเราอย่างไร?
ดาวิดกล่าวว่า “ความดีและความรักมั่นคงจะติดตามข้าพเจ้าไป” คำว่าติดตามในภาษาฮีบรูแปลว่า “ไล่ล่า” เหมือนสิ่งที่วิ่งตามเราไม่หยุด ความดีคือความรักและความชอบธรรม ความเมตตาคือการให้อภัยและความอ่อนโยน ทั้งสองสิ่งนี้ไล่ล่าเราเพื่อปกป้องและอุ้มชู แม้ปัญหาจะตามเรา แต่ความรักของพระเจ้าวิ่งไวกว่าเสมอ
6) ทำไมดาวิดถึงไม่ต่อสู้กับอับซาโลม?
เพราะอับซาโลมเป็นลูกชายที่ดาวิดรักมาก เขาหวังว่าลูกจะกลับใจ ดาวิดจึงบอกทหารว่า “อย่าฆ่าอับซาโลม” แม้เขาจะมีโอกาสสู้และเอาชนะได้ แต่การชนะครั้งนี้เท่ากับการแพ้ในฐานะพ่อ เขาจึงเลือกหนีด้วยความเจ็บปวดและไว้วางใจในพระเจ้าแทน
7) ชีวิตของคริสเตียนควรเข้าใจสดุดีบทที่ 23 อย่างไร?
ดาวิดแบ่ง “การเดินกับพระเจ้า” เป็น 3 ช่วง คือ 1. ทุ่งหญ้าเขียวสด 2. หุบเขาเงามัจจุราช 3. เต็นท์ของพระเจ้า ชีวิตคริสเตียนจึงมีทั้งช่วงดี ช่วงยากลำบาก และช่วงฟื้นฟู แต่ทุกช่วงมีพระเจ้าสถิตอยู่ และทุกหุบเขาจะนำไปสู่ภูเขาที่ดีกว่าเสมอ
📖 อ่านคำเทศนาอื่น ๆ ในชุดนี้
ดูคำเทศนาเพิ่มเติม: คำเทศนาออนไลน์ทั้งหมด | พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม | พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่ | หมวดหมู่คำเทศนาทั้งหมด | ชุดคำเทศนา (Series) | รวมผู้เทศนา