ความเชื่อ ความหวังใจ และความรัก แต่ความรักใหญ่ที่สุด
1 โครินธ์ 13:13
Email: christiansiam@gmail.com

คำเทศนา - บทเรียนจากอิสอัค

คำเทศนาประจำวันที่ 21 มิถุนายน 2569

โดย ดร. จิโรจ บงกชมาศ



ปฐมกาล 17:16-19; ปฐมกาล 18:12-14; ปฐมกาล 25:28; ปฐมกาล 26:1-3; ปฐมกาล 26:12-14


สรุปคำเทศนา - บทเรียนจากอิสอัค


บทนำ: วันพ่อที่ชวนเรากลับมามองชีวิตของอิสอัค

วันพ่อเป็นวันที่ทำให้เราคิดถึงบทบาทของพ่อในครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นความรัก ความรับผิดชอบ การเป็นแบบอย่าง และการส่งต่อความเชื่อให้กับลูกหลาน แต่เมื่อเรามองกลับไปในพระคัมภีร์ เราจะพบว่าพ่อหลายคนไม่ได้เป็นคนที่สมบูรณ์แบบ พวกเขามีทั้งด้านที่ดี ด้านที่น่าเรียนรู้ และด้านที่เป็นคำเตือนใจ


หนึ่งในบุคคลสำคัญที่เราสามารถเรียนรู้ได้คือ “อิสอัค” หรือ Isaac ในภาษาอังกฤษ อิสอัคเป็นบุตรชายของอับราฮัม เป็นลูกแห่งพระสัญญาที่พระเจ้าทรงประทานให้กับอับราฮัมและซาราห์ในวัยชรา ชีวิตของอิสอัคจึงเต็มไปด้วยความหมายฝ่ายวิญญาณ ทั้งเรื่องพระสัญญา ความเชื่อ ความหวัง และพระพรจากพระเจ้า


แต่ในอีกด้านหนึ่ง อิสอัคก็เป็นพ่อที่มีจุดอ่อน โดยเฉพาะเรื่องความลำเอียงในครอบครัว บทเรียนจากอิสอัคจึงไม่ได้มีเพียงเรื่องความเชื่อเท่านั้น แต่ยังเป็นบทเรียนเรื่องการเลี้ยงลูก การดูแลครอบครัว และการดำเนินชีวิตให้อยู่ในแผนการของพระเจ้า


อิสอัคคือใครในพระคัมภีร์?

อิสอัคเป็นลูกชายของอับราฮัมและนางซาราห์ เป็นบุตรที่พระเจ้าทรงสัญญาไว้ พระเจ้าทรงบอกอับราฮัมว่าจะอวยพรเขา จะอวยพรซาราห์ และจะให้บุตรชายคนหนึ่งแก่เขา แม้ในเวลานั้นอับราฮัมมีอายุประมาณ 100 ปี และซาราห์มีอายุประมาณ 90 ปีแล้ว


ในสายตามนุษย์ เรื่องนี้ดูเป็นไปไม่ได้ แต่ในแผนการของพระเจ้า สิ่งที่มนุษย์คิดว่าเป็นไปไม่ได้กลับกลายเป็นจริง อิสอัคจึงเป็นเครื่องหมายของพระสัญญาและพระเมตตาของพระเจ้า


ชีวิตของอิสอัคสอนเราว่า พระเจ้าทรงสามารถทำสิ่งที่เกินความเข้าใจของมนุษย์ได้ และพระองค์ทรงสามารถเปลี่ยนสถานการณ์ที่ดูสิ้นหวัง ให้กลายเป็นเรื่องแห่งความยินดีได้


1. ความหมายของชื่ออิสอัค: จากเสียงหัวเราะแห่งความไม่เชื่อ สู่เสียงหัวเราะแห่งความยินดี

ชื่อ “อิสอัค” มีความหมายว่า “เขาหัวเราะ” หรือ “เขาจะหัวเราะ” ความหมายนี้เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่อับราฮัมและซาราห์ได้ยินพระสัญญาของพระเจ้าเรื่องการมีบุตร


เมื่ออับราฮัมได้ยินว่าตนจะมีลูกในวัยชรา เขาซบหน้าลงและหัวเราะ ไม่ใช่เพราะเขาเต็มด้วยความเชื่อทันที แต่เพราะเขาคิดว่าสิ่งนี้เป็นไปไม่ได้ ซาราห์เองก็หัวเราะอยู่ในใจเมื่อได้ยินว่าเธอจะมีบุตรในวัยชราเช่นกัน


เสียงหัวเราะครั้งแรกจึงเป็นเสียงหัวเราะแห่งความไม่เชื่อ เป็นเสียงหัวเราะที่เกิดจากการมองสถานการณ์ด้วยสายตามนุษย์ แต่เมื่อพระเจ้าทรงทำตามพระสัญญา เสียงหัวเราะนั้นก็เปลี่ยนไป กลายเป็นเสียงหัวเราะแห่งความยินดี


นี่คือบทเรียนสำคัญสำหรับชีวิตของเรา หลายครั้งเราอาจเคยหัวเราะเยาะสถานการณ์บางอย่าง เพราะรู้สึกว่ามันเป็นไปไม่ได้ เราอาจมองปัญหาบางเรื่องแล้วคิดว่า ไม่มีทางเปลี่ยนแปลงได้ ไม่มีทางฟื้นกลับได้ หรือไม่มีทางที่ชีวิตจะกลับมามีความสุขอีกครั้ง


แต่เรื่องของอิสอัคเตือนใจเราว่า พระเจ้าทรงสามารถเปลี่ยนเสียงหัวเราะแห่งความสงสัย ให้กลายเป็นเสียงหัวเราะแห่งความชื่นชมยินดีได้


2. อิสอัคเป็นพ่อที่ลำเอียง: จุดอ่อนที่ทำให้ครอบครัวแตกร้าว

แม้อิสอัคจะเป็นคนที่เดินกับพระเจ้าและได้รับพระพรจากพระเจ้า แต่เขาก็มีจุดอ่อนสำคัญในฐานะพ่อ คือความลำเอียง


อิสอัคมีลูกแฝดสองคน คือเอซาวและยาโคบ เอซาวเป็นพี่ชาย ส่วนยาโคบเป็นน้องชาย พระคัมภีร์บันทึกว่าอิสอัครักเอซาว เพราะเอซาวนำเนื้อที่ล่ามาให้เขากิน ขณะที่เรเบคาห์ ภรรยาของอิสอัค รักยาโคบ


นี่คือจุดเริ่มต้นของปัญหาในครอบครัว พ่อรักลูกคนโต แม่รักลูกคนเล็ก ความรักที่ไม่สมดุลนี้ทำให้ครอบครัวไม่เป็นหนึ่งเดียว และนำไปสู่ความขัดแย้งที่รุนแรงระหว่างพี่น้อง


ความลำเอียงของอิสอัคเริ่มจากการใช้ “ความชอบ” เป็นตัวตัดสิน เขาชอบเอซาว เพราะเอซาวเป็นคนล่าสัตว์ เป็นคนแข็งแรง เป็นคนออกไปกลางแจ้ง และนำอาหารมาให้เขา สิ่งนี้ทำให้อิสอัคผูกพันกับเอซาวมากเป็นพิเศษ


ในชีวิตจริง ความลำเอียงอาจไม่ได้เริ่มจากความตั้งใจร้าย แต่อาจเริ่มจากความชอบส่วนตัว ถ้าชอบก็แสดงออก ถ้าไม่ชอบก็เฉยชา ถ้าถูกใจก็ให้ความสำคัญ ถ้าไม่ถูกใจก็มองข้าม


เมื่อความชอบส่วนตัวกลายเป็นเกณฑ์ในการเลี้ยงดูลูก ความสัมพันธ์ในครอบครัวก็เริ่มเสียหาย


ผลของความลำเอียงในครอบครัวอิสอัครุนแรงมาก ยาโคบปลอมตัวเป็นเอซาวเพื่อไปรับคำอวยพรจากพ่อ ขณะที่อิสอัคแก่ และตามองไม่เห็น เมื่อเอซาวรู้เรื่อง เขาโกรธมากจนยาโคบต้องหนีไปอยู่กับลาบันเป็นเวลาหลายปี


บทเรียนจากอิสอัคในเรื่องนี้คือ พ่อแม่ต้องระวังความลำเอียง เพราะความลำเอียงไม่ได้ทำร้ายเพียงลูกคนใดคนหนึ่ง แต่ทำร้ายทั้งครอบครัว และบางครั้งบาดแผลนั้นอาจส่งต่อไปยังรุ่นถัดไป


3. ความลำเอียงสามารถส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น

สิ่งที่น่าคิดคือ ความลำเอียงไม่ได้หยุดอยู่ที่อิสอัคเท่านั้น ต่อมายาโคบเองก็กลายเป็นพ่อที่ลำเอียงเช่นกัน เขารักโยเซฟมากกว่าลูกคนอื่น ๆ และความลำเอียงนั้นก็นำไปสู่ความอิจฉา ความขัดแย้ง และความเจ็บปวดในครอบครัว


นี่เป็นบทเรียนที่สำคัญมากสำหรับพ่อแม่และคนที่ดูแลครอบครัว สิ่งที่พ่อแม่ทำ ไม่ได้ส่งผลเฉพาะวันนี้ แต่สามารถกลายเป็นแบบอย่างที่ลูกซึมซับไปโดยไม่รู้ตัว


  • ถ้าพ่อแม่ลำเอียง ลูกอาจเรียนรู้รูปแบบความสัมพันธ์แบบลำเอียงต่อไป
  • ถ้าพ่อแม่ใช้ความชอบเป็นตัวตัดสิน ลูกอาจใช้ความชอบเป็นตัวตัดสินเช่นกัน
  • ถ้าพ่อแม่ไม่ระวังเรื่องความยุติธรรมในบ้าน ความแตกแยกอาจเกิดขึ้นได้ง่าย

ดังนั้น การเลี้ยงลูกจึงไม่ใช่แค่การให้สิ่งของหรือให้โอกาส แต่รวมถึงการให้ความรักอย่างเหมาะสม ให้ความยุติธรรม และให้แบบอย่างที่ดีด้วย


4. อิสอัคมีภรรยาคนเดียว: ความสัตย์ซื่อในชีวิตครอบครัว

อีกด้านหนึ่งที่ดีในชีวิตของอิสอัคคือ เขามีภรรยาคนเดียว คือเรเบคาห์ หรือ Rebecca แม้ว่าการแต่งงานของเขาจะเป็นการแต่งงานที่ครอบครัวจัดเตรียมให้ตามวัฒนธรรมในสมัยนั้น แต่อิสอัคก็ใช้ชีวิตกับเรเบคาห์เพียงคนเดียว


เมื่อเปรียบเทียบกับคนอื่นในครอบครัว เราจะเห็นความแตกต่าง อับราฮัมมีภรรยาหลายคน ยาโคบมีภรรยาหลายคน และเอซาวก็มีภรรยาหลายคน แต่ชีวิตของอิสอัคโดดเด่นในเรื่องการมีภรรยาคนเดียว


พระคัมภีร์บันทึกชีวิตของคนตามความเป็นจริง ไม่ได้หมายความว่าสิ่งที่ทุกคนทำเป็นสิ่งที่ควรทำตามทั้งหมด การที่พระคัมภีร์บันทึกว่าใครมีภรรยาหลายคน ไม่ได้หมายความว่าพระคัมภีร์สนับสนุนให้ทำเช่นนั้น


ในทางกลับกัน เรื่องราวในหลายครอบครัวแสดงให้เห็นว่า การมีภรรยาหลายคนมักนำไปสู่ความซับซ้อน ความขัดแย้ง และปัญหาในครอบครัว


อิสอัคจึงเป็นตัวอย่างด้านดีในเรื่องนี้ เขาเชื่อพระเจ้าองค์เดียว และมีภรรยาคนเดียว เป็นภาพของความสัตย์ซื่อที่ควรเรียนรู้


5. อิสอัคไม่เดินออกนอกแผนการของพระเจ้า

อีกหนึ่งบทเรียนจากอิสอัคที่สำคัญมากคือ เขาเลือกอยู่ในแผนการของพระเจ้า แม้ในวันที่สถานการณ์ยากลำบาก


เมื่อเกิดการกันดารอาหารในดินแดนคานาอัน อิสอัคคิดจะไปอียิปต์ เพราะอียิปต์เป็นดินแดนที่ดูอุดมสมบูรณ์กว่า อับราฮัมผู้เป็นพ่อก็เคยหนีไปอียิปต์เมื่อเผชิญการกันดารอาหารมาก่อน จึงไม่แปลกที่อิสอัคจะคิดทำแบบเดียวกัน


แต่พระเจ้าทรงตรัสกับอิสอัคว่า อย่าไปอียิปต์ ให้อาศัยอยู่ในแผ่นดินที่พระองค์จะบอก และพระองค์จะอยู่กับเขาและอวยพรเขา


นี่คือจุดสำคัญของชีวิตอิสอัค เขาต้องเลือกระหว่างทางที่ดูสบายกว่าในสายตามนุษย์ กับทางที่พระเจ้าทรงบอกให้เดิน แม้ทางนั้นจะดูยากกว่า


อิสอัคเลือกเชื่อฟังพระเจ้า เขาไม่ไปอียิปต์ แต่ยังคงอยู่ในดินแดนที่พระเจ้าทรงบอกให้อยู่


ผลลัพธ์คือ พระเจ้าทรงอวยพรเขาอย่างมาก พระคัมภีร์บันทึกว่า อิสอัคหว่านพืชในดินแดนนั้น และในปีเดียวกันเก็บผลได้ถึงหนึ่งร้อยเท่า เขาจำเริญ มั่งคั่ง มีฝูงแพะแกะ ฝูงโค และบริวารมากมาย


เรื่องนี้สอนเราว่า ที่ที่ดีที่สุดไม่ใช่ที่ที่ดูสบายที่สุด ไม่ใช่ที่ที่ดูมั่นคงที่สุดในสายตามนุษย์ แต่คือที่ที่พระเจ้าทรงเรียกให้เราอยู่ และเป็นที่ที่พระองค์ทรงสัญญาว่าจะอยู่กับเรา


6. เมื่อเราเลือกพระเจ้าก่อน ชีวิตไม่ขาดทุน

ชีวิตของอิสอัคเตือนใจเราว่า พระเจ้าไม่เคยติดหนี้ใคร เมื่อเราเลือกเชื่อฟังพระองค์ อยู่ในทางของพระองค์ และไม่รีบเดินออกนอกแผนการของพระองค์ พระองค์ทรงมีวิธีอวยพรเรา


อิสอัคได้รับพระพรในเวลาที่คนอื่นกำลังเผชิญความขาดแคลน เขาได้รับผลหนึ่งร้อยเท่าในช่วงที่มีการกันดารอาหาร นี่ไม่ได้หมายความว่าชีวิตของผู้เชื่อจะไม่มีปัญหา แต่หมายความว่า แม้อยู่ท่ามกลางปัญหา พระเจ้าก็ยังทรงมีวิธีดูแลและอวยพรผู้ที่เชื่อฟังพระองค์


ในชีวิตของเรา บางครั้งเราอาจอยากหนีออกจากสถานการณ์ที่ยากลำบากให้เร็วที่สุด เราอาจอยากเลือกทางที่ดูง่ายกว่า สบายกว่า หรือมีโอกาสมากกว่า แต่คำถามสำคัญคือ พระเจ้าทรงให้เราอยู่ตรงไหน และพระองค์ทรงต้องการให้เราทำอะไร


การเชื่อฟังพระเจ้าอาจไม่ใช่ทางที่ง่ายที่สุด แต่เป็นทางที่ปลอดภัยที่สุด เพราะเป็นทางที่พระเจ้าอยู่ด้วย


7. เดินกับพระเจ้าและดูแลครอบครัวต้องไปด้วยกัน

เมื่อเรามองชีวิตของอับราฮัม อิสอัค ยาโคบ และดาวิด เราจะเห็นว่าหลายคนมีความเชื่อมาก เดินกับพระเจ้า และได้รับพระพร แต่ในเวลาเดียวกัน หลายคนก็มีจุดอ่อนเรื่องการดูแลครอบครัว


นี่เป็นบทเรียนสำคัญสำหรับพ่อแม่และผู้เชื่อทุกคน การเดินกับพระเจ้าเป็นสิ่งดี แต่การดูแลครอบครัวก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ต้องเรียนรู้ ต้องมีความรัก ความเอาใจใส่ ความยุติธรรม และการเป็นแบบอย่าง


  • บางคนอาจรักพระเจ้า แต่ยังต้องเรียนรู้วิธีรักครอบครัวให้ดี
  • บางคนอาจมีความเชื่อเข้มแข็ง แต่ยังต้องฝึกความอ่อนโยนในบ้าน
  • บางคนอาจรับใช้พระเจ้า แต่ยังต้องกลับมาถามตัวเองว่า ได้ดูแลลูกและคู่สมรสดีพอหรือยัง

ชีวิตของอิสอัคจึงสอนเราว่า ความเชื่อและครอบครัวไม่ควรแยกออกจากกัน เราควรเดินกับพระเจ้า และในเวลาเดียวกันก็ดูแลครอบครัวเพื่อถวายเกียรติแด่พระองค์


8. ลูกคือของขวัญจากพระเจ้า

ในพระคัมภีร์ ลูกถูกมองว่าเป็นมรดกและของขวัญจากพระเจ้า ในสมัยก่อน การมีลูกมากหมายถึงความมั่นคงของครอบครัว ลูกหลานช่วยทำงาน ช่วยปกป้องครอบครัว และเป็นกำลังสำคัญของบ้าน


แต่ในปัจจุบัน หลายคนอาจมองลูกต่างออกไป บางคนมีลูกเพื่อตัวเอง เพื่อให้ครอบครัวดูสมบูรณ์ เพื่อมีคนดูแลตอนแก่ หรือเพื่อให้ลูกประสบความสำเร็จจนพ่อแม่สามารถเอาไปอวดคนอื่นได้


บางคนกลับให้ลูกเป็นศูนย์กลางของทุกอย่าง จนลูกกลายเป็นสิ่งที่มาก่อนพระเจ้า ตารางเวลา การใช้เงิน เป้าหมายชีวิต และการตัดสินใจทั้งหมดหมุนรอบลูก จนพระเจ้าไม่ได้อยู่เป็นอันดับแรกอีกต่อไป


มุมมองที่ถูกต้องคือ เราควรมองลูกเป็นของขวัญจากพระเจ้า และเลี้ยงดูลูกเพื่อถวายเกียรติแด่พระเจ้า ไม่ใช่เพื่อตอบสนองความต้องการของพ่อแม่ และไม่ใช่ให้ลูกกลายเป็นพระเจ้าแทนพระเจ้า


สรุป: บทเรียนจากอิสอัคสำหรับพ่อ แม่ และคนของพระเจ้า

บทเรียนจากอิสอัคมีทั้งด้านที่หนุนใจและด้านที่เตือนใจเรา


  • อิสอัคเตือนเราว่า พระเจ้าทรงสามารถเปลี่ยนเสียงหัวเราะแห่งความไม่เชื่อ ให้กลายเป็นเสียงหัวเราะแห่งความยินดีได้
  • อิสอัคเตือนเราว่า ความลำเอียงในครอบครัวสามารถสร้างบาดแผลและความแตกแยกได้
  • อิสอัคเป็นตัวอย่างของความสัตย์ซื่อในการมีภรรยาคนเดียว
  • อิสอัคสอนเราว่า อย่ารีบเดินออกนอกแผนการของพระเจ้า แม้ในวันที่ชีวิตยากลำบาก
  • อิสอัคทำให้เราเห็นว่า เมื่อเราเลือกพระเจ้าก่อน ชีวิตของเราไม่ขาดทุน

ในวันพ่อ เรื่องของอิสอัคจึงไม่ใช่แค่เรื่องของพ่อคนหนึ่งในพระคัมภีร์ แต่เป็นกระจกสะท้อนชีวิตของเรา ไม่ว่าเราจะเป็นพ่อ เป็นแม่ เป็นลูก หรือเป็นคนของพระเจ้า เราทุกคนสามารถเรียนรู้ได้ว่า ชีวิตที่ถวายเกียรติแด่พระเจ้า ต้องมีทั้งความเชื่อ ความสัตย์ซื่อ ความยุติธรรม และความรักต่อครอบครัว


ขอให้เราดำเนินชีวิตโดยไม่เดินออกนอกแผนการของพระเจ้า เห็นลูกเป็นพระพรและของขวัญจากพระองค์ และใช้ครอบครัวของเราเพื่อถวายเกียรติแด่พระเจ้า


FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับบทเรียนจากอิสอัค

1. อิสอัคคือใคร?

อิสอัคเป็นบุตรชายของอับราฮัมและซาราห์ เป็นลูกแห่งพระสัญญาที่พระเจ้าทรงประทานให้ในวัยชราของพ่อแม่ และเป็นผู้ที่พระเจ้าทรงอวยพรต่อจากอับราฮัม


2. ชื่ออิสอัคแปลว่าอะไร?

ชื่ออิสอัคแปลว่า “เขาหัวเราะ” หรือ “เขาจะหัวเราะ” ชื่อนี้เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่อับราฮัมและซาราห์หัวเราะเมื่อได้ยินว่าจะมีบุตรในวัยชรา


3. บทเรียนสำคัญจากชื่ออิสอัคคืออะไร?

บทเรียนสำคัญคือ พระเจ้าทรงสามารถเปลี่ยนเสียงหัวเราะแห่งความไม่เชื่อ ให้กลายเป็นเสียงหัวเราะแห่งความยินดีได้ สิ่งที่มนุษย์คิดว่าเป็นไปไม่ได้ พระเจ้าทรงสามารถทำให้เกิดขึ้นได้


4. จุดอ่อนของอิสอัคในฐานะพ่อคืออะไร?

จุดอ่อนสำคัญของอิสอัคคือความลำเอียง เขารักเอซาวมากกว่าเพราะเอซาวนำเนื้อที่ล่ามาให้เขากิน ขณะที่เรเบคาห์รักยาโคบมากกว่า ความลำเอียงนี้นำไปสู่ความขัดแย้งในครอบครัว


5. ทำไมความลำเอียงในครอบครัวจึงอันตราย?

เพราะความลำเอียงทำให้ลูกเกิดความรู้สึกไม่เท่าเทียม อิจฉา แข่งขัน และอาจนำไปสู่ความแตกร้าวในครอบครัว เหมือนกรณีเอซาวกับยาโคบ


6. อิสอัคเป็นตัวอย่างที่ดีเรื่องใด?

อิสอัคเป็นตัวอย่างที่ดีในเรื่องการมีภรรยาคนเดียว และการเชื่อฟังพระเจ้าเมื่อพระเจ้าทรงบอกไม่ให้ไปอียิปต์ในช่วงกันดารอาหาร


7. บทเรียนจากอิสอัคสำหรับคริสเตียนวันนี้คืออะไร?

บทเรียนคือ ให้เราเชื่อว่าพระเจ้าทรงทำสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ได้ ให้ระวังความลำเอียงในครอบครัว ให้สัตย์ซื่อในชีวิตสมรส และให้อยู่ในแผนการของพระเจ้าแม้ในวันที่ชีวิตยากลำบาก


ค้นหาความจริง

เริ่มต้นการเป็นคริสเตียน

เกี่ยวกับเรา

เว็บสยามคริสเตียน - เว็บสำหรับคนอยากรู้จักพระเจ้า
รวมคำเทศนา คำหนุนใจ และพระวจนะจากพระเจ้า โดย ดร.จิโรจ บงกชมาศ แห่งคริสตจักร Hope International Church Seattle เพื่อเสริมสร้างความเชื่อคริสเตียน รู้จักพระเยซู และเรียนรู้พระคัมภีร์ ติดต่อ: christiansiam@gmail.com