ความเชื่อ ความหวังใจ และความรัก แต่ความรักใหญ่ที่สุด
1 โครินธ์ 13:13
Email: christiansiam@gmail.com

คำเทศนา - ทำไมสิ่งไม่ดีถึงเกิดขึ้นกับคนดี

คำเทศนาประจำวันที่ 5 กรกฎาคม 2569

โดย ดร. จิโรจ บงกชมาศ



ปฐมกาล 3:23-24; โยบ 1:1; โยบ 1:11-12; โยบ 1:6-12; โยบ 7:3; สดุดี 73:2; ลูกา 22:31-34; 1 โครินธ์ 10:13; ยากอบ 1:2-3


สรุปคำเทศนา - ทำไมสิ่งไม่ดีถึงเกิดขึ้นกับคนดี

ทำไมสิ่งไม่ดีถึงเกิดขึ้นกับคนดี: บทเรียนความเชื่อจากพระธรรมโยบ

หลายคนอาจเคยถามในใจว่า “ทำไมสิ่งไม่ดีถึงเกิดขึ้นกับคนดี?” ทำไมคนที่รักพระเจ้า ช่วยเหลือผู้อื่น ดำเนินชีวิตดี กลับยังต้องเจออุบัติเหตุ ความสูญเสีย ความเจ็บป่วย ปัญหาครอบครัว หรือปัญหาธุรกิจ คำถามนี้ไม่ใช่คำถามใหม่ แต่เป็นคำถามที่คนของพระเจ้าถามมาตลอด รวมถึงผู้เขียนสดุดี และโยบ คนดีในพระคัมภีร์ที่ต้องเผชิญความทุกข์อย่างหนัก


บทความนี้จะพาเข้าใจว่า ความทุกข์ไม่ได้แปลว่าพระเจ้าไม่รักเรา และการทำดีไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่เจอปัญหาเลย แต่พระคัมภีร์ช่วยให้เรามองลึกขึ้นว่า บางปัญหาเกิดจากความไม่สมบูรณ์ของมนุษย์ บางปัญหาเป็นการทดลองจากมาร และบางเหตุการณ์พระเจ้าอนุญาตเพื่อทดสอบความเชื่อของเราให้มั่นคงขึ้น


การทำดีไม่ได้การันตีว่าเราจะไม่เจอสิ่งไม่ดี

คำตอบแรกที่ต้องเข้าใจคือ การทำดีเป็นสิ่งถูกต้อง แต่ไม่ได้เป็นหลักประกันว่าเราจะไม่เจอปัญหาเลย


ตัวอย่างเช่น คนหนึ่งขับรถไปช่วยเพื่อนพาไปโรงพยาบาล แต่ขากลับเกิดอุบัติเหตุ การไปช่วยเพื่อนเป็นสิ่งดี แต่อุบัติเหตุอาจเกิดจากความประมาทของเรา หรือความประมาทของคนอื่น นั่นไม่ได้แปลว่า “ไม่ควรทำดี” แต่แปลว่า “ทำดีแล้วยังต้องระมัดระวัง”


เช่นเดียวกับคนที่ดูแลสุขภาพ กินอาหารดี แต่ป่วยเพราะติดเชื้อร้ายแรง สิ่งนี้ไม่ได้หมายความว่าการดูแลสุขภาพไม่มีค่า แต่แสดงให้เห็นว่าโลกนี้ยังมีความเสี่ยง มีโรคภัย และมีผลกระทบจากความไม่สมบูรณ์ของมนุษย์


หลายปัญหามีเหตุและผลของมันเอง

ในชีวิตจริง ปัญหาหลายอย่างเกิดจากเหตุและผล เช่น


  • คำพูดที่ไม่ระมัดระวัง ทำให้ความสัมพันธ์เสีย
  • การตัดสินใจผิดพลาด ทำให้ธุรกิจมีปัญหา
  • การใช้อารมณ์ ทำให้เกิดความขัดแย้ง
  • ความประมาทของคนอื่น ทำให้เราต้องรับผลกระทบ
  • การกระทำของมนุษย์ในอดีต อาจทำให้เกิดผลกระทบในธรรมชาติ

ดังนั้น เมื่อถามว่า “ทำไมสิ่งไม่ดีถึงเกิดขึ้นกับคนดี” บางครั้งคำตอบอาจไม่ใช่เพราะพระเจ้าไม่รัก แต่เพราะโลกนี้ยังเต็มไปด้วยความไม่สมบูรณ์ ความผิดพลาด และผลของการกระทำของมนุษย์


เดินกับพระเจ้าแล้วทำไมยังเจอความทุกข์

การเดินกับพระเจ้าไม่ได้แปลว่าเราจะไม่มีวันเจอปัญหา แต่การเดินกับพระเจ้าจะช่วยลดปัญหาที่เกิดจากการกระทำผิดของเราเอง


ถ้าเราดำเนินชีวิตตามน้ำพระทัยของพระเจ้า เราจะระมัดระวังคำพูดมากขึ้น ตัดสินใจดีขึ้น ใช้อารมณ์น้อยลง และดำเนินชีวิตอย่างมีสติ นั่นทำให้ปัญหาหลายอย่างลดลง


แต่ยังมีปัญหาบางอย่างที่ไม่ได้เกิดจากเรา เช่น ความผิดพลาดของคนอื่น นิสัยไม่ดีของคนอื่น เหตุการณ์ที่เราไม่คาดคิด หรือสิ่งที่เกิดขึ้นในฝ่ายวิญญาณ


พระเจ้าอาจใช้ปัญหาเพื่อให้เราเปลี่ยนแปลง

บางครั้งเราถามว่า ทำไมธุรกิจยังไม่ดี ทั้งที่เรารักพระเจ้า? คำตอบอาจอยู่ที่ทักษะ การบริหาร หรือความเอาใจใส่ลูกค้า


บางครั้งเราถามว่า ทำไมลูกมีนิสัยบางอย่างที่ไม่ดี ทั้งที่เรารักพระเจ้า? คำตอบอาจอยู่ที่วิธีการเลี้ยงดู หรือสิ่งที่เราต้องปรับในชีวิตครอบครัว


พระเจ้าไม่ได้ต้องการให้เราท้อใจ แต่ต้องการให้เราเรียนรู้ เปลี่ยนแปลง และเติบโตขึ้น


ทำไมคนไม่ดีบางคนกลับดูเจริญรุ่งเรือง

อีกคำถามหนึ่งที่หลายคนสงสัยคือ ทำไมคนที่ไม่ดี คนที่โกง คนที่ทำผิด กลับดูเหมือนรวยขึ้น แข็งแรงขึ้น และประสบความสำเร็จ


คำถามนี้เกิดขึ้นในพระคัมภีร์เช่นกัน ในสดุดี 73 อาสาฟมองเห็นความเจริญรุ่งเรืองของคนอธรรม จนใจของเขาเกือบสะดุด เขารู้สึกเหมือนการเดินกับพระเจ้าไม่ได้ให้ผลอะไร ในขณะที่คนไม่ดีดูเหมือนได้รับสิ่งดี


แต่เมื่อมองลึกขึ้น เราจะเห็นว่า พระเจ้ามีเวลาของพระองค์ ทุกสิ่งไม่ได้จบแค่สิ่งที่ตาเห็นในวันนี้ ความยุติธรรมของพระเจ้าอาจไม่ได้เกิดขึ้นตามเวลาที่เราต้องการ แต่พระเจ้ายังคงเป็นพระเจ้าผู้ยุติธรรมเสมอ


โยบ: คนดีที่เจอความทุกข์อย่างหนัก

พระธรรมโยบเริ่มต้นด้วยการบอกว่า โยบเป็นคนดี รอบคอบ เที่ยงธรรม เกรงกลัวพระเจ้า และหันเสียจากความชั่วร้าย นี่เป็นคำชมที่ชัดเจนมากว่าโยบเป็นคนที่ติดตามพระเจ้าอย่างจริงใจ


แต่โยบกลับต้องเจอความสูญเสียอย่างรุนแรง เขาสูญเสียทรัพย์สิน คนรับใช้ และลูก ๆ ภายในเวลาอันสั้น ต่อมาร่างกายของเขาก็เจ็บป่วยอย่างหนัก


นี่ทำให้พระธรรมโยบเป็นคำตอบสำคัญต่อคำถามว่า “ทำไมสิ่งไม่ดีถึงเกิดขึ้นกับคนดี”


ความทุกข์บางอย่างมาจากมาร

ในโยบบทที่ 1 ซาตานเข้ามากล่าวหาโยบต่อพระเจ้า โดยบอกว่าโยบยำเกรงพระเจ้าเพราะพระเจ้าปกป้องและอวยพรเขา ซาตานต้องการพิสูจน์ว่า ถ้าโยบสูญเสียสิ่งที่มี เขาจะเลิกนมัสการพระเจ้า


นี่ทำให้เห็นว่า ความทุกข์บางอย่างไม่ได้มาจากความผิดของเราโดยตรง แต่เกี่ยวข้องกับการต่อสู้ฝ่ายวิญญาณ มารต้องการทำลายความเชื่อ ทำให้เราสงสัยพระเจ้า และหยุดเดินในทางของพระองค์


การทดสอบจากพระเจ้า และการทดลองจากมารต่างกันอย่างไร

ในชีวิตคริสเตียน มีสองคำที่ควรเข้าใจให้ชัด คือ “การทดสอบ” และ “การทดลอง”


การทดสอบมาจากพระเจ้า

การทดสอบมีเป้าหมายเพื่อให้เราเติบโต แข็งแรง และมั่นคงขึ้น เหมือนการฝึกกล้ามเนื้อ ยิ่งผ่านแรงต้านมากขึ้น กล้ามเนื้อก็ยิ่งแข็งแรงขึ้น


พระเจ้าทดสอบความเชื่อของเรา ไม่ใช่เพื่อทำลายเรา แต่เพื่อให้เราเห็นว่าใจของเราอยู่ตรงไหน เรายังซื่อสัตย์หรือไม่ เรายังรักพระองค์หรือไม่ และเรายังยืนหยัดในทางที่ถูกต้องหรือไม่


การทดลองมาจากมาร

การทดลองมีเป้าหมายตรงข้าม คือทำให้เราทำบาป ทิ้งพระเจ้า ทิ้งความเชื่อ และทิ้งชีวิตที่ชอบธรรม


บางเหตุการณ์จึงอาจเป็นทั้งการทดลองจากมาร และเป็นการทดสอบที่พระเจ้าอนุญาตให้เกิดขึ้นในเวลาเดียวกัน มารต้องการให้เราล้ม แต่พระเจ้าต้องการให้เราผ่านและเข้มแข็งขึ้น


พระเจ้าเป็นผู้กำหนดขอบเขตของปัญหา

สิ่งสำคัญในพระธรรมโยบคือ ซาตานไม่ได้มีอำนาจทำอะไรก็ได้ตามใจตัวเอง พระเจ้าเป็นผู้กำหนดขอบเขตว่าอะไรทำได้ และอะไรทำไม่ได้


นี่เป็นความจริงที่ให้กำลังใจอย่างมาก เพราะหมายความว่า ปัญหาที่เข้ามาในชีวิตเราไม่ได้อยู่นอกสายพระเนตรของพระเจ้า พระเจ้ารู้ว่าเรากำลังเผชิญอะไร และพระองค์รู้ขอบเขตที่เราจะทนได้


ใน 1 โครินธ์ 10:13 มีหลักการสำคัญว่า พระเจ้าจะไม่ให้เราถูกทดลองเกินกว่าที่เราจะทนได้ และพระองค์จะทรงจัดทางออกให้เรามีกำลังทนได้


โยบยังนมัสการ แม้สูญเสียทุกอย่าง

เมื่อโยบสูญเสียทุกสิ่ง เขาเสียใจจริง เศร้าโศกจริง แต่เขายังนมัสการพระเจ้า เขายอมรับว่า ชีวิตเริ่มต้นมาด้วยมือเปล่า และวันหนึ่งก็จะกลับไปด้วยมือเปล่า สิ่งที่มีอยู่ล้วนเป็นสิ่งที่พระเจ้าประทาน


นี่ไม่ได้แปลว่าโยบไม่มีความรู้สึก แต่แปลว่าโยบเลือกวางใจในพระเจ้า แม้ในวันที่เขายังไม่เข้าใจเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น


ความเศร้าเสียใจไม่ใช่ความผิด

เมื่อคนของพระเจ้าเจอความสูญเสีย ความเศร้าเป็นเรื่องปกติ การเสียใจไม่ได้แปลว่าไม่มีความเชื่อ การร้องไห้ไม่ได้แปลว่าไม่รักพระเจ้า


แต่สิ่งสำคัญคือ อย่าให้ความเศร้าพาเราไปกล่าวโทษพระเจ้า หรือเลิกเดินกับพระองค์


โยบไม่ได้กล่าวโทษพระเจ้าในสิ่งที่เกิดขึ้น เขาอาจไม่เข้าใจทั้งหมด แต่เขายังรู้ว่าพระเจ้าไม่ทำผิด พระเจ้าไม่อยุติธรรม และพระเจ้าไม่เอาเปรียบมนุษย์


เปโตร: เมื่อมารขอทดลองคนของพระเจ้า

ในลูกา 22 พระเยซูบอกซีโมนเปโตรว่า ซาตานได้ขอพวกสาวกไว้เพื่อฝัดร่อนเหมือนข้าวสาลี นี่เป็นภาพเดียวกับโยบ คือมารต้องการจัดการคนของพระเจ้า


เปโตรมั่นใจในตัวเองมาก เขาบอกว่าพร้อมจะติดคุกหรือตายกับพระเยซู แต่พระเยซูบอกว่า ก่อนเช้าวันนั้น เปโตรจะปฏิเสธว่าไม่รู้จักพระองค์ถึงสามครั้ง


บทเรียนจากเปโตรคือ เราไม่ควรประมาทฝ่ายวิญญาณ ไม่ควรมั่นใจในตัวเองเกินไป และต้องฟังคำเตือนของพระเจ้าอย่างจริงจัง


การระมัดระวังช่วยให้เราพลาดน้อยลง

ถ้าเราดำเนินชีวิตด้วยความระมัดระวัง เราจะพลาดน้อยลง ไม่ใช่เพราะเราเก่งกว่าใคร แต่เพราะเรารู้ว่าความเชื่อของเราต้องได้รับการดูแล


เราจึงควรอธิษฐาน ฟังพระวจนะ ยอมรับคำเตือน และไม่ปล่อยให้ความมั่นใจในตัวเองทำให้เราล้ม


พระเจ้ายุติธรรมหรือไม่ เมื่อคนดีต้องเจอทุกข์

เมื่อมองจากสายตามนุษย์ สิ่งที่เกิดขึ้นกับโยบดูไม่ยุติธรรม เพราะเขาเป็นคนดี แต่ต้องเจอเรื่องหนักมาก


แต่คำถามว่าพระเจ้ายุติธรรมหรือไม่นั้น ต้องเริ่มจากความจริงว่า พระเจ้าเป็นความรัก และพระองค์ยุติธรรมเสมอ สิ่งที่เราไม่เข้าใจ ไม่ได้แปลว่าพระเจ้าไม่ยุติธรรม


หลายครั้งมนุษย์มองระยะสั้น แต่มุมมองของพระเจ้ากว้างกว่าและยาวกว่า พระองค์ทรงมองนิรันดร์ ไม่ใช่แค่ช่วงเวลาสั้น ๆ บนโลก


โยเซฟก็เคยเจอความไม่ยุติธรรม

โยเซฟถูกขายไปเป็นทาส ถูกกล่าวหา และถูกขังคุก ทั้งที่เขาไม่ได้ทำผิด แต่เวลาผ่านไป พระเจ้าทรงยกชีวิตของเขาขึ้น และใช้เขาเป็นพระพรแก่คนจำนวนมาก


นี่สะท้อนหลักการเดียวกันว่า ความไม่ยุติธรรมที่มนุษย์ทำ ไม่ได้แปลว่าพระเจ้าไม่ยุติธรรม พระเจ้าอาจกำลังทำงานในระยะยาว แม้เรายังมองไม่เห็นในวันนี้


พระเจ้าทำให้สิ่งดีเกิดจากสิ่งไม่ดีได้

หัวใจสำคัญของบทเรียนนี้คือ พระเจ้าสามารถใช้แม้สิ่งไม่ดีให้เกิดผลดีได้


มารต้องการทำลายโยบ แต่สุดท้ายโยบได้รับพระพรกลับคืนมากกว่าเดิม มารต้องการทำลายเปโตร แต่ต่อมาเปโตรได้รับการฟื้นฟู และถูกใช้ให้เป็นพยานของพระเจ้าอย่างยิ่งใหญ่


สิ่งนี้สอนเราว่า อย่าตัดสินพระเจ้าเร็วเกินไปในวันที่เรายังเจ็บปวด อย่าคิดว่าพระเจ้าไม่รักเราเพียงเพราะเรากำลังผ่านปัญหา และอย่าทิ้งความเชื่อเพียงเพราะยังไม่เห็นคำตอบ


เมื่อสิ่งไม่ดีเกิดขึ้น เราควรตอบสนองอย่างไร

เมื่อสิ่งไม่ดีเกิดขึ้นกับเรา เราอาจเริ่มต้นด้วยคำถาม แต่ไม่ควรจบด้วยความสงสัยในพระเจ้า


สิ่งที่ควรทำคือ


  • สำรวจว่าเรื่องนี้เกิดจากการตัดสินใจหรือการกระทำของเราหรือไม่
  • แก้ไขสิ่งที่ควรแก้ เช่น คำพูด นิสัย การบริหาร หรือความประมาท
  • ระวังการทดลองจากมารที่ต้องการให้เราท้อใจและทิ้งพระเจ้า
  • มองว่าปัญหาอาจเป็นการทดสอบที่ทำให้ความเชื่อแข็งแรงขึ้น
  • วางใจว่าพระเจ้ารู้ขอบเขต และพระองค์มีทางออก
  • รักษาใจให้ถูกต้องกับพระเจ้า แม้สิ่งภายนอกยังไม่เปลี่ยน
  • เดินกับพระเจ้าต่อไป รับใช้ต่อไป และรอเวลาของพระองค์

สรุป: ทำไมสิ่งไม่ดีถึงเกิดขึ้นกับคนดี

คำถามว่า “ทำไมสิ่งไม่ดีถึงเกิดขึ้นกับคนดี” ไม่มีคำตอบเดียวสำหรับทุกเหตุการณ์ แต่จากเนื้อหาพระคัมภีร์ เราเห็นหลักการสำคัญหลายอย่าง


การทำดีไม่ได้แปลว่าจะไม่เจอปัญหา เพราะโลกนี้ยังมีความไม่สมบูรณ์ ความผิดพลาด และผลของการกระทำของมนุษย์ ความทุกข์บางอย่างมาจากมารที่ต้องการทำลายความเชื่อ แต่ในขณะเดียวกัน พระเจ้าอาจอนุญาตให้เป็นการทดสอบ เพื่อให้เรามั่นคง เติบโต และพร้อมรับพระพรมากขึ้น


โยบสอนเราว่า แม้คนดีจะเจอทุกข์หนัก แต่พระเจ้ายังทรงครอบครองอยู่ พระองค์กำหนดขอบเขตของปัญหา พระองค์ยุติธรรมเสมอ และพระองค์สามารถทำให้สิ่งดีเกิดจากสิ่งไม่ดีได้


ดังนั้น อย่าท้อใจเมื่อยังไม่เห็นคำตอบ อย่าหยุดเดินกับพระเจ้าเพียงเพราะกำลังเจอความยากลำบาก แต่ให้รักษาความเชื่อ นมัสการต่อไป รับใช้ต่อไป และวางใจว่าในเวลาของพระองค์ เราจะเห็นความยิ่งใหญ่ของพระเจ้า


FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับทำไมสิ่งไม่ดีถึงเกิดขึ้นกับคนดี

1. ทำไมสิ่งไม่ดีถึงเกิดขึ้นกับคนดี

เพราะการทำดีไม่ได้การันตีว่าเราจะไม่เจอปัญหา โลกนี้ยังมีความไม่สมบูรณ์ ความผิดพลาดของมนุษย์ ความประมาทของผู้อื่น และการทดลองฝ่ายวิญญาณ แต่พระเจ้าสามารถใช้สถานการณ์เหล่านั้นเพื่อให้เราเติบโตและมั่นคงขึ้น


2. การทำดีมีประโยชน์ไหม ถ้าคนดียังต้องเจอทุกข์

มีประโยชน์แน่นอน การทำดีช่วยลดปัญหาที่เกิดจากความผิดพลาดของเราเอง ทำให้เราดำเนินชีวิตอย่างมีสติ และเป็นการดำเนินชีวิตตามน้ำพระทัยของพระเจ้า แม้จะยังเจอปัญหา แต่เราจะมีรากฐานภายในที่มั่นคงกว่าเดิม


3. ความทุกข์มาจากพระเจ้าหรือมาจากมาร

บางความทุกข์เกิดจากผลของการกระทำมนุษย์ บางอย่างมาจากการทดลองของมาร และบางเหตุการณ์พระเจ้าอนุญาตให้เป็นการทดสอบความเชื่อ ความแตกต่างคือ มารต้องการให้เราล้ม แต่พระเจ้าต้องการให้เราเติบโตและสอบผ่าน


4. พระเจ้าปกป้องคนของพระองค์หรือไม่

พระเจ้าทรงปกป้องและดูแลคนของพระองค์ แต่พระองค์อาจอนุญาตให้บางเหตุการณ์เกิดขึ้นภายใต้ขอบเขตที่พระองค์ทรงกำหนด เพื่อจุดประสงค์ที่ลึกกว่าและยาวไกลกว่าเวลาที่เรามองเห็น


5. โยบทำผิดอะไร ทำไมจึงต้องเจอความทุกข์

ตามเนื้อหาในพระธรรมโยบ โยบไม่ได้เจอความทุกข์เพราะเขาทำผิด พระคัมภีร์บอกว่าเขาเป็นคนดี รอบคอบ เที่ยงธรรม และเกรงกลัวพระเจ้า เหตุการณ์ของโยบแสดงให้เห็นมิติของการกล่าวหาจากมาร และการทดสอบความเชื่อที่พระเจ้าอนุญาต


6. เมื่อเจอปัญหา คริสเตียนควรทำอย่างไร

ควรสำรวจตนเอง แก้ไขสิ่งที่ต้องแก้ ระวังการทดลองของมาร อธิษฐาน วางใจในพระเจ้า และรักษาความเชื่อให้มั่นคง อย่าให้ปัญหาทำให้เราหยุดเดินกับพระเจ้า


7. พระเจ้าทำให้สิ่งดีเกิดจากสิ่งไม่ดีได้จริงไหม

ได้ จากบทเรียนของโยบและเปโตร เราเห็นว่ามารต้องการทำลาย แต่พระเจ้าสามารถใช้สถานการณ์เหล่านั้นให้เกิดผลดี ทำให้คนของพระองค์ถ่อมใจ เติบโต เข้มแข็ง และเป็นพระพรแก่ผู้อื่นมากขึ้น


ค้นหาความจริง

เริ่มต้นการเป็นคริสเตียน

เกี่ยวกับเรา

เว็บสยามคริสเตียน - เว็บสำหรับคนอยากรู้จักพระเจ้า
รวมคำเทศนา คำหนุนใจ และพระวจนะจากพระเจ้า โดย ดร.จิโรจ บงกชมาศ แห่งคริสตจักร Hope International Church Seattle เพื่อเสริมสร้างความเชื่อคริสเตียน รู้จักพระเยซู และเรียนรู้พระคัมภีร์ ติดต่อ: christiansiam@gmail.com