พระเจ้ามีจริงหรือ โลกที่เราอยู่เกิดขึ้นเองโดยบังเอิญหรือมีผู้สร้าง
ความเชื่อ ความหวังใจ และความรัก แต่ความรักใหญ่ที่สุด
1 โครินธ์ 13:13
Facebook Page   
Email: christiansiam@gmail.com

คำเทศนา - ความรักแบบพระเจ้า ตอนที่ 3

คำเทศนาประจำวันที่ 24 สิงหาคม 2568

โดย ดร. จิโรจ บงกชมาศ



กาลาเทีย 5:22-23

สรุปคำเทศนา - ความรักแบบพระเจ้า ตอนที่ 3

ความรักแบบพระเจ้า: อาคาเป้คืออะไร และทำไมจึงสำคัญ?

เมื่อพูดถึงความรัก เรามักนึกถึงความรู้สึกที่โรแมนติก ความผูกพันในครอบครัว หรือมิตรภาพอันยาวนาน แต่ในมุมมองของคริสเตียน ความรักแบบพระเจ้า มีมิติที่ลึกซึ้งกว่านั้นมาก ความรักที่แท้จริงไม่ได้ขึ้นอยู่กับอารมณ์หรือสิ่งที่เราได้รับ แต่เป็นการกระทำที่กล้าหาญและเสียสละ เหมือนที่พระเจ้าทรงสำแดงแก่เราบนไม้กางเขน


บทความนี้จะพาคุณเจาะลึกความหมายของ "อาคาเป้" (Agape) ซึ่งเป็นคำภาษากรีกที่ถูกนำมาใช้อธิบายความรักของพระเจ้า เราจะทำความเข้าใจว่าความรักนี้แตกต่างจากความรักในรูปแบบอื่นอย่างไร และที่สำคัญที่สุด เราจะค้นพบว่าการยอมให้ความรักนี้เข้ามาเปลี่ยนแปลงชีวิตของเรา จะนำไปสู่ความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นกับพระเจ้าและกับผู้คนรอบข้างได้อย่างไร


ความรักในมุมมองของพระเจ้า: แตกต่างจากความรักในโลกอย่างไร?

วัฒนธรรมและสังคมต่าง ๆ มีการแสดงออกถึงความรักที่แตกต่างกันไป ยกตัวอย่างเช่น ในญี่ปุ่น ผู้หญิงจะเป็นคนให้ช็อกโกแลตผู้ชายในวันวาเลนไทน์ ซึ่งแตกต่างจากวัฒนธรรมตะวันตกทั่วไปที่ผู้ชายมักจะเป็นฝ่ายให้ แต่ในมุมมองของพระเจ้า การแสดงออกถึงความรักไม่ได้อยู่ในรูปของสิ่งของภายนอกเช่นดอกไม้หรือของขวัญ แต่คือการเชื่อฟังและทำตามพระประสงค์ของพระองค์


พระเจ้าไม่ได้ต้องการเครื่องบูชาอย่างหัวหมูหรือผลไม้เหมือนที่ผู้คนเคยถวายแด่สิ่งศักดิ์สิทธิ์อื่น ๆ แต่พระองค์ต้องการ หัวใจที่เชื่อฟัง หัวใจที่พร้อมจะทำตามคำสั่งของพระองค์ ดังที่มาระโก 12:30-31 กล่าวไว้ว่า "พวกท่านจงรักพระเจ้าด้วยสุดใจของท่าน ด้วยสุดความคิดและสุดกำลังของท่าน และธรรมบัญญัติข้อที่สองคือ จงรักเพื่อนบ้านเหมือนรักตนเอง" นี่คือวิธีการแสดงความรักที่แท้จริงต่อพระเจ้าและผู้อื่น


ความหมายของ "อากาเป้" (Agape) ในภาษากรีก

ภาษาไทยมีคำว่า "รัก" เพียงคำเดียว และภาษาอังกฤษก็มีคำว่า "love" แต่ในภาษากรีกโบราณมีคำที่ใช้อธิบายความรักถึง 7 คำ แต่คำว่า "อากาเป้" (Agape) ถูกนำมาใช้บ่อยที่สุดในพระคัมภีร์ใหม่เพื่ออธิบาย ความรักแบบพระเจ้า


โดยพื้นฐานแล้ว อากาเป้ ไม่ได้หมายถึงความรักที่ไม่มีเงื่อนไขเสมอไป แต่มันหมายถึง "การกุศล" (charity) หรือ "การให้โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน" (unconditional giving) ลองนึกถึงเวลาที่เราบริจาคเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัย เราให้ด้วยความเต็มใจโดยไม่รู้ว่าใครจะได้รับเงินนั้น และเราไม่ได้คาดหวังอะไรเป็นการตอบแทน นี่คือภาพที่ใกล้เคียงกับความหมายดั้งเดิมของอากาเป้มากที่สุด


เมื่อสาวกได้สัมผัสกับความรักของพระเยซูคริสต์ พวกเขาเห็นว่าแม้พวกเขาจะเป็นคนบาปที่ไม่มีอะไรดี แต่พระองค์ก็ยังยอมสละพระชนม์เพื่อพวกเขาบนไม้กางเขน พวกเขาจึงเลือกใช้คำว่า อากาเป้ เพื่ออธิบายความรักอันยิ่งใหญ่นี้ และให้ความหมายเพิ่มเติมว่าคือ "ความรักที่เสียสละ ทุ่มเท และไม่มีเงื่อนไข"


อย่างไรก็ตาม คำว่า "อากาเป้" ถูกนำไปใช้ในบริบทที่แตกต่างกันในพระคัมภีร์ บางครั้งก็ถูกใช้ในแง่ลบเพื่ออธิบายถึง "ความรักในสิ่งที่ผิด"


  • ลูกา 11:43 กล่าวถึงพวกฟาริสีว่า "วิบัติแก่เจ้าพวกฟาริสี...พวกเจ้าชอบที่นั่งอันมีเกียรติในธรรมศาลา" คำว่า "ชอบ" ในที่นี้ก็คือ "อากาเป้" ซึ่งหมายถึงการที่พวกเขาทุ่มเททุกอย่างเพื่อให้ได้มาซึ่งเกียรติยศ
  • 2 ทิโมธี 4:10 กล่าวว่า "เพราะว่าเดมาสได้หลงรักโลกปัจจุบันไปเสียแล้ว" คำว่า "หลงรัก" ก็คือ "อากาเป้" ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเขาได้ทุ่มเทตัวเองให้กับโลกนี้แทนที่จะเดินตามพระเจ้า
  • ยอห์น 12:43 กล่าวว่า "เพราะว่าเขารักการสรรเสริญของมนุษย์มากกว่าสรรเสริญพระเจ้า" คำว่า "รัก" ก็คือ "อากาเป้" เช่นกัน

นี่แสดงให้เห็นว่าเราทุกคนมีความสามารถในการรักแบบ "อากาเป้" คือการทุ่มเทสุดตัวเพื่อบางสิ่งบางอย่าง แต่เราจะเลือกใช้ความรักนี้ไปในทางที่สร้างสรรค์หรือทำลายล้าง ขึ้นอยู่กับว่าเราจะทุ่มเทให้กับใครหรืออะไร


ความรักที่ไม่มีเงื่อนไข และเงื่อนไขในการรับ

ความสับสนที่พบบ่อยเกี่ยวกับ ความรักแบบพระเจ้า คือการที่หลายคนเข้าใจผิดว่า "ไม่มีเงื่อนไข" หมายถึงไม่ว่าเราจะทำผิดแค่ไหนพระเจ้าก็ยังคงรักเราและอวยพรเราในทุก ๆ เรื่อง แต่ในความเป็นจริงแล้วมีสิ่งที่ต้องแยกแยะดังนี้:


1. ความรอดไม่มีเงื่อนไข แต่การรับความรอดมีเงื่อนไข

พระเจ้าทรงให้ความรอดเป็นของขวัญแก่เราทุกคนแบบ ไม่มีเงื่อนไข พระองค์ทรงรักเรามากพอที่จะส่งพระบุตรมาตายเพื่อเราตั้งแต่ที่เรายังเป็นคนบาป แต่การที่เราจะได้รับความรอดนั้นมีเงื่อนไข คือเราต้อง กลับใจใหม่ สารภาพบาป และเชื่อในพระเยซูคริสต์ นี่คือ "วิธีรับ" ที่เราต้องทำ เช่นเดียวกับการรับของขวัญฟรีที่ต้องไปต่อแถวหรือลงทะเบียนก่อนถึงจะได้รับ


2. การรับพระพรและพระสัญญามีเงื่อนไข

พระเจ้าทรงรักเราและอยากจะอวยพรเราเสมอ แต่บางครั้งพระองค์ทรงรอให้เราเปลี่ยนแปลงชีวิตหรือนิสัยที่ไม่ดีก่อน เพื่อให้เราพร้อมที่จะรับพระพรนั้น และเพื่อให้พระพรนั้นเป็นผลดีต่อเราในระยะยาว เช่นเดียวกับพ่อแม่ที่อยากให้ลูกมีของเล่น แต่จะบอกให้ลูกหยุดร้องไห้ก่อนถึงจะให้ นี่ไม่ได้แปลว่าพ่อแม่ไม่รัก แต่เป็นการสอนให้ลูกรู้จักระเบียบวินัยก่อน


3. ความสัมพันธ์กับพระเจ้ามีเงื่อนไข

ความรักของพระเจ้า ไม่ได้แปลว่าเราจะทำอะไรก็ได้ตามใจชอบ พระเจ้ายังคงรักเราอยู่เสมอ แต่การรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับพระองค์นั้น เราต้องเชื่อฟังและไม่ทำร้ายจิตใจพระองค์ การกลับใจใหม่ทุกครั้งที่ทำผิด คือการเปิดประตูให้ความสัมพันธ์กลับมาดีเหมือนเดิม


การดำเนินชีวิตด้วยความรักแบบอากาเป้

ความรักแบบพระเจ้า ไม่ได้มีไว้แค่เก็บไว้ แต่มีพลังที่จะเปลี่ยนแปลงเราให้เป็นคนใหม่ได้ หากเรายอมให้ความรักของพระเจ้าเข้ามาเปลี่ยนแปลงชีวิตของเราก่อน เราก็จะสามารถรักผู้อื่นได้เหมือนกับที่พระองค์รักเรา


ปัญหาความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง ไม่ใช่เพราะเราไม่รักกัน แต่เป็นเพราะนิสัยที่ไม่ยอมเปลี่ยนแปลง หากเราไม่ยอมรับความบกพร่องของตัวเองและไม่ยอมกลับใจใหม่ เราก็จะรักษาสายสัมพันธ์ที่ดีกับผู้อื่นไม่ได้ อากาเป้ เป็นมากกว่าแค่การให้ แต่เป็น พลังที่เปลี่ยนชีวิต ของผู้ให้ด้วย


ดังนั้น หากเราต้องการดำเนินชีวิตด้วยความรักแบบพระเจ้า เราต้อง

  • ยอมให้พระเจ้าเปลี่ยนชีวิตเราก่อน: ขอพระวิญญาณบริสุทธิ์ทำงานในใจเราเพื่อให้เราเป็นเหมือนพระเยซู
  • สำรวจตัวเองอย่างสม่ำเสมอ: ตรวจสอบว่ามีนิสัยอะไรบ้างที่ทำลายความสัมพันธ์
  • ทุ่มเทชีวิตเพื่อสิ่งที่ถาวร: ใช้ความรักแบบอากาเป้เพื่อทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้าและสร้างอาณาจักรของพระองค์บนโลกนี้

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • ความรักแบบอากาเป้คืออะไร? ความรักแบบอากาเป้คือความรักที่เสียสละ ทุ่มเท และเป็นการให้โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน มักถูกใช้เพื่ออธิบายความรักที่พระเจ้ามีต่อมนุษย์
  • ความรักแบบพระเจ้ามีเงื่อนไขหรือไม่? พระเจ้ารักเราแบบไม่มีเงื่อนไขในเรื่องของความรอด แต่การรับความรอดและการรับพระพรต่าง ๆ มีเงื่อนไขที่ให้เราต้องกลับใจและทำตามพระประสงค์ของพระองค์
  • "อากาเป้" แตกต่างจาก "อีรอส" และ "ฟิเลโอ" อย่างไร? อากาเป้คือความรักที่เสียสละ ไม่หวังสิ่งตอบแทน ส่วนอีรอส (Eros) คือความรักแบบชายหญิงที่โรแมนติก และฟิเลโอ (Phileo) คือความรักแบบเพื่อนหรือพี่น้อง
  • เราจะดำเนินชีวิตด้วยความรักแบบอากาเป้ได้อย่างไร? เราต้องยอมให้ความรักของพระเจ้าเข้ามาเปลี่ยนชีวิตของเราก่อน จากนั้นจึงจะสามารถแสดงความรักที่เสียสละและไม่หวังสิ่งตอบแทนต่อผู้อื่นได้
  • ทำไมเราถึงมีปัญหากับความสัมพันธ์ แม้ว่าจะรักกัน? บ่อยครั้งปัญหาไม่ได้อยู่ที่ความรัก แต่เป็นเรื่องของนิสัยและการไม่ยอมเปลี่ยนแปลง ซึ่งบั่นทอนความสัมพันธ์ในระยะยาว

บทสรุปและคำเชิญชวน

ความรักแบบพระเจ้า หรือ อากาเป้ ไม่ใช่แค่คำสวยหรู แต่คือวิถีชีวิตที่ทุ่มเทเพื่อผู้อื่น และเพื่อถวายเกียรติแด่พระเจ้า พระองค์ไม่ได้ต้องการสิ่งของจากเรา แต่ต้องการหัวใจที่พร้อมจะเชื่อฟังและเปลี่ยนแปลง เมื่อเรายอมให้ความรักนี้เข้ามาครอบครองชีวิต เราจะสามารถสร้างความสัมพันธ์ที่มั่นคงกับทั้งพระเจ้าและผู้คนรอบข้างได้


หากคุณรู้สึกว่าความสัมพันธ์ในชีวิตของคุณมีปัญหา ลองกลับมาพิจารณาว่าคุณได้ยอมให้ความรักของพระเจ้าเข้ามาเปลี่ยนแปลงตัวคุณอย่างแท้จริงแล้วหรือยัง การเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วย ความรักแบบพระเจ้า จะนำคุณไปสู่สันติสุขและความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน


หากคุณกำลังมองหาบทเรียนชีวิตจากพระคัมภีร์ หรืออยากเข้าใจตัวเองและพระเจ้ามากขึ้น ติดตามบทความดีๆ แบบนี้ได้ที่ https://www.siamchristian.com

 

ถ้าหากสนใจอยากรู้เรื่องราวของการเป็นคริสเตียน สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่หัวข้อ เริ่มต้นการเป็นคริสเตียน หรือถ้าหากมีคำถามก็สามารถเมลมาสอบถามได้ที่ christiansiam@gmail.com

 



 

ค้นหาความจริง

เริ่มต้นการเป็นคริสเตียน

เกี่ยวกับเรา

เว็บสยามคริสเตียน - เว็บสำหรับคนอยากรู้จักพระเจ้า
รวมคำเทศนา คำหนุนใจ และพระวจนะจากพระเจ้า โดย ดร.จิโรจ บงกชมาศ แห่งคริสตจักร Hope International Church Seattle เพื่อเสริมสร้างความเชื่อคริสเตียน รู้จักพระเยซู และเรียนรู้พระคัมภีร์ ติดต่อ: christiansiam@gmail.com