ความเชื่อ ความหวังใจ และความรัก แต่ความรักใหญ่ที่สุด
1 โครินธ์ 13:13
Email: christiansiam@gmail.com

คำเทศนา - การเผชิญกับความกลัว ตอนที่ 4

คำเทศนาประจำวันที่ 31 พฤษภาคม 2569

โดย ดร. จิโรจ บงกชมาศ



อพยพ 14:13-15; เนหะมีย์ 6:9; มัทธิว 13:22; มัทธิว 25:25


สรุปคำเทศนา - การเผชิญกับความกลัว ตอนที่ 4


การเผชิญกับความกลัว: มั่นคง สงบ และเดินต่อไปข้างหน้ากับพระเจ้า

บทนำ

ความกลัวเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องเผชิญ ไม่ว่าจะเป็นความกลัวเรื่องสุขภาพ การเงิน ความสัมพันธ์ อนาคต การงาน หรือสถานการณ์ที่ดูเหมือนไม่มีทางออก หลายครั้งเราพบว่าตัวเองกำลังยืนอยู่ใน "ทางตัน" เหมือนกับชนชาติอิสราเอลในพระธรรมอพยพบทที่ 14


เบื้องหลังเป็นกองทัพอียิปต์ที่กำลังไล่ตาม เบื้องหน้าเป็นทะเลแดง ข้างซ้ายและขวาเป็นภูเขา ไม่มีทางหนี ไม่มีทางรอดในสายตามนุษย์ สถานการณ์เช่นนี้เป็นสถานการณ์ที่ก่อให้เกิดความกลัวอย่างรุนแรง


แต่ในช่วงเวลาที่ความกลัวเข้าครอบงำ พระเจ้าทรงสอนหลักการสำคัญให้กับคนของพระองค์ผ่านโมเสส หลักการเหล่านี้ไม่เพียงใช้ได้กับชนชาติอิสราเอลในอดีต แต่ยังใช้ได้กับผู้เชื่อทุกคนในปัจจุบันที่กำลังเผชิญกับความกลัวและทางตันในชีวิต


ความกลัวเกิดขึ้นได้กับทุกคน แม้แต่คนของพระเจ้า

เมื่ออิสราเอลออกจากอียิปต์ พวกเขาเพิ่งได้รับการปลดปล่อยจากการเป็นทาส แต่ปัญหาแรกที่ต้องเผชิญคือสถานการณ์ที่ดูสิ้นหวังอย่างสิ้นเชิง พวกเขามองไม่เห็นทางออก


  • ข้างหลังคือกองทัพอียิปต์
  • ข้างหน้าคือทะเลแดง
  • โอกาสรอดดูเหมือนเป็นศูนย์

ความกลัวจึงกลายเป็นปฏิกิริยาธรรมชาติของมนุษย์ อย่างไรก็ตาม โมเสสไม่ได้เริ่มต้นด้วยการแก้ปัญหาภายนอก แต่เริ่มต้นด้วยการจัดการกับความกลัวภายในก่อน เพราะเมื่อหัวใจเต็มไปด้วยความกลัว มนุษย์จะไม่สามารถมองเห็นการทรงนำของพระเจ้าได้อย่างชัดเจน


หลักการที่ 1: มั่นคงไว้ (Stand Firm)

อย่าปล่อยให้รากฐานฝ่ายวิญญาณสั่นคลอน

โมเสสกล่าวว่า "อย่ากลัวเลย มั่นคงไว้" คำว่า "มั่นคง" ไม่ได้หมายถึงการยืนนิ่งเฉย ๆ แต่หมายถึงการรักษาความเชื่อ ความซื่อสัตย์ เป้าหมาย และหลักการที่พระเจ้าทรงสอนเอาไว้ไม่ให้สั่นคลอน เหมือนบ้านที่สร้างบนรากฐานที่แข็งแรง เมื่อพายุมา


  • บ้านที่รากฐานไม่ดีจะพังทลาย
  • บ้านที่รากฐานมั่นคงจะยืนอยู่ได้

ในทำนองเดียวกัน เมื่อชีวิตเผชิญวิกฤต


  • ความเชื่อที่มั่นคงจะช่วยให้ผ่านพายุได้
  • ความเชื่อที่สั่นคลอนจะทำให้พ่ายแพ้ต่อความกลัว

ทำไมความมั่นคงฝ่ายวิญญาณจึงสำคัญ

เมื่อฝ่ายวิญญาณมั่นคง


  • สามารถผ่านทางตันได้
  • สามารถมองเห็นการเคลื่อนไหวของพระเจ้า
  • สามารถเชิญพระเจ้าเข้ามาในสถานการณ์ได้

ดังนั้นสิ่งแรกในการเผชิญกับความกลัวคือ อย่าปล่อยให้รากฐานฝ่ายวิญญาณสั่นคลอนตามสถานการณ์หรือความคิดเห็นของผู้คน


หลักการที่ 2: จงสงบอยู่เถิด (Be Still)

ความสงบที่พระเจ้าต้องการลึกกว่าภายนอก

โมเสสกล่าวว่า "พระเจ้าจะทรงรบแทนท่านทั้งหลาย ท่านทั้งหลายจงสงบอยู่เถิด" ความสงบที่พระเจ้าตรัสถึงไม่ใช่เพียงการหยุดพูดหรือหยุดเคลื่อนไหว แต่เป็นความสงบภายในจิตใจ หลายครั้งเมื่อเกิดปัญหา


  • ความคิดฟุ้งซ่าน
  • ความเครียด
  • ความโกรธ
  • ความกังวล

เข้ามาควบคุมชีวิต ผลที่ตามมาคือ


  • ตัดสินใจผิด
  • มองสถานการณ์ไม่ชัด
  • ไม่ได้ยินเสียงของพระเจ้า
  • ไม่สามารถเชื่อฟังพระองค์ได้

เหตุใดความสงบจึงสำคัญ

เมื่อมนุษย์อยู่ในอารมณ์รุนแรง สมองและจิตใจจะสูญเสียความสามารถในการคิดอย่างถูกต้อง แต่เมื่อหยุดนิ่ง


  • การตัดสินใจจะดีขึ้น
  • สถานการณ์อาจคลี่คลาย
  • สามารถรับการทรงนำจากพระเจ้าได้

ดังนั้น การสงบใจจึงเป็นก้าวสำคัญก่อนที่พระเจ้าจะเปิดทางออกให้เราเห็น


หลักการที่ 3: เดินต่อไปข้างหน้า

แม้ไม่เห็นทางออกก็ต้องก้าวต่อไป

ในอพยพ 14:15 พระเจ้าตรัสว่า "จงสั่งชนชาติอิสราเอลให้เดินต่อไปข้างหน้าเถิด" นี่คือหลักการสุดท้ายและเป็นหลักการสำคัญที่สุด แม้ทะเลแดงยังอยู่ตรงหน้า แม้ทางออกยังไม่ปรากฏ พระเจ้าก็ยังบอกให้พวกเขาเดินต่อไป ความเชื่อคือการก้าวไปก่อนที่จะเห็นทาง อิสราเอลต้องเลือกระหว่าง


ทางเลือกที่ 1: กลับไปอียิปต์

ข้อดี

  • มีความแน่นอน
  • ไม่มีความเสี่ยงใหม่
  • รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น

ข้อเสีย

  • กลับไปเป็นทาส

ทางเลือกที่ 2: เดินต่อไปกับพระเจ้า

ข้อดี

  • มีพระเจ้าอยู่ด้วย

ข้อเสีย

  • ไม่รู้อนาคต
  • ยังไม่เห็นทางออก

นี่คือความท้าทายเดียวกันที่ผู้เชื่อจำนวนมากต้องเผชิญในปัจจุบัน


ทำไมมนุษย์จึงกลัวความไม่แน่นอน

มนุษย์ส่วนใหญ่ไม่ชอบความไม่แน่นอน ไม่ว่าจะเป็น

  • การเงิน
  • ความสัมพันธ์
  • อาชีพ
  • สุขภาพ
  • อนาคต

หลายครั้งเรายอมเลือกสิ่งที่แย่กว่า เพียงเพราะมัน "แน่นอน" เหมือนอิสราเอลที่อยากกลับไปเป็นทาส เพราะอย่างน้อยก็รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่พระเจ้ากำลังสอนว่าความเชื่อคือการเดินต่อไป แม้จะยังไม่เห็นคำตอบก็ตาม


ความกลัวมักทำให้เราตัดพระเจ้าออกจากสมการชีวิต

เมื่อความกลัวเข้ามา มนุษย์มักเริ่มตัดบางสิ่งออกจากชีวิตเพื่อให้รู้สึกมั่นคงขึ้น หลายครั้งสิ่งแรกที่ถูกตัดออกคือ

  • เวลาอยู่กับพระเจ้า
  • การนมัสการ
  • การรับใช้
  • การเดินในน้ำพระทัยของพระองค์

เพราะเราคิดว่าสิ่งเหล่านี้ไม่จำเป็นในช่วงวิกฤต แต่แท้จริงแล้ว การตัดพระเจ้าออกจากสมการชีวิตคือการตัดสิ่งที่มีค่าที่สุดออกไป อาจได้ความมั่นคงชั่วคราว แต่สูญเสียพระพรที่ยิ่งใหญ่ในอนาคต


ถามตัวเองว่า "พระเจ้าคือใคร"

เมื่อเกิดความกลัว พระเจ้าคือใครในชีวิตของเรา หากคำตอบคือ

  • พระเจ้าผู้ทรงตายเพื่อเรา
  • พระเจ้าผู้ทรงวางแผนดีที่สุดให้เรา
  • พระเจ้าผู้ทรงมาทันเวลาเสมอ
  • พระเจ้าผู้ประทานพระคุณอย่างไม่สิ้นสุด

การตัดสินใจเดินต่อไปกับพระองค์จะง่ายขึ้น เพราะความเชื่อไม่ได้ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ แต่ขึ้นอยู่กับว่าพระเจ้าทรงเป็นใคร


ตัวอย่างจากพระคัมภีร์: เมื่อความกลัวพยายามหยุดคนของพระเจ้า

1. เนหะมีย์และการสร้างกำแพง

ศัตรูพยายามสร้างความกลัวเพื่อให้เนหะมีย์หยุดสร้างกำแพงเยรูซาเล็ม แต่เนหะมีย์อธิษฐานว่า "ขอพระองค์ทรงเสริมกำลังมือของข้าพระองค์" แทนที่จะหยุด เขาเลือกเดินหน้าต่อไปกับพระเจ้า


2. อุปมาเรื่องตะลันต์

ชายคนหนึ่งนำเงินไปฝังไว้เพราะกลัวล้มเหลว ความกลัวทำให้เขาไม่ใช้สิ่งที่ได้รับ สุดท้ายเขาถูกตำหนิว่าไม่ซื่อสัตย์ เพราะพระเจ้าทรงมองที่ความซื่อสัตย์ มากกว่าความสำเร็จหรือความล้มเหลว


3. เมล็ดพืชท่ามกลางหนาม

พระเยซูทรงสอนว่า ความกังวลของโลกและความหลงใหลในทรัพย์สมบัติสามารถทำให้พระวจนะไม่เกิดผล ความกลัวเรื่องอนาคตอาจทำให้คนเลือกความมั่นคงทางโลกมากกว่าการวางใจพระเจ้า


การพึ่งพาพระเจ้า คือการพึ่งพาหลักการของพระเจ้า

หลายคนคิดว่าการพึ่งพาพระเจ้าคือการอธิษฐานเท่านั้น แต่การพึ่งพาพระเจ้าที่แท้จริง คือ การพึ่งพาความรอบรู้ของพระเจ้า สุภาษิต 3:5-6 กล่าวว่า "จงวางใจในพระเจ้าด้วยสุดใจของเจ้า และอย่าพึ่งพาความรอบรู้ของตน" พระเจ้าทรงให้สติปัญญาแก่เรา แต่เราต้องระวังไม่ให้ความคิดของเราเป็นอุปสรรคต่อการวางใจพระองค์อย่างสุดใจ


คำตอบสุดท้ายเมื่อเผชิญกับความกลัว

คำตอบที่พระเจ้าทรงให้กับอิสราเอลคือ ไปข้างหน้าดีกว่า แม้จะไม่มั่นคง แม้จะมีความเสี่ยง แม้จะยังไม่เห็นทางออก แต่ถ้าพระเจ้าอยู่ด้วย ที่นั่นคือสถานที่ปลอดภัยที่สุด


เหมือนสาวกที่อยู่ในเรือท่ามกลางพายุ แต่พระเยซูทรงอยู่กับพวกเขา การมีพระเจ้าอยู่ด้วยสำคัญกว่าการอยู่ในสถานการณ์ที่ดูปลอดภัยตามสายตามนุษย์


สรุป

การเผชิญกับความกลัวไม่ใช่การไม่มีความกลัว แต่คือการเลือกตอบสนองต่อความกลัวด้วยความเชื่อ


จากอพยพบทที่ 14 พระเจ้าทรงสอนสามหลักการสำคัญ

  • มั่นคงไว้
  • สงบอยู่เถิด
  • เดินต่อไปข้างหน้า

แม้จะยังไม่เห็นทางออก แม้จะอยู่ในทางตัน หรือแม้จะมีความไม่แน่นอนอยู่ข้างหน้า พระเจ้าทรงเรียกให้คนของพระองค์เดินหน้าต่อไปกับพระองค์ เพราะที่ใดก็ตามที่พระเจ้าทรงอยู่ด้วย ที่นั่นคือสถานที่ปลอดภัยที่สุด


หากวันนี้คุณกำลังเผชิญกับความกลัวหรือทางตันในชีวิต จงจำไว้ว่าหน้าที่ของเราคือเชื่อฟังและก้าวต่อไป ส่วนหน้าที่ในการเปิดทางเป็นของพระเจ้าเสมอ.


FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเผชิญกับความกลัว

1. พระคัมภีร์สอนให้จัดการกับความกลัวอย่างไร?

พระคัมภีร์สอนให้มั่นคงในความเชื่อ สงบใจต่อพระพักตร์พระเจ้า และเดินหน้าต่อไปตามการทรงนำของพระองค์


2. ทำไมพระเจ้าจึงให้เดินต่อไปทั้งที่ยังไม่เห็นทางออก?

เพราะความเชื่อคือการเชื่อฟังพระเจ้าก่อนที่จะเห็นคำตอบหรือผลลัพธ์


3. ความกลัวส่งผลต่อชีวิตฝ่ายวิญญาณอย่างไร?

ความกลัวอาจทำให้สูญเสียความสามารถในการฟังเสียงพระเจ้า เชื่อฟังพระองค์ และมองเห็นการทรงนำของพระองค์


4. การสงบอยู่เถิดหมายถึงอะไร?

หมายถึงการสงบทั้งภายนอกและภายใน ไม่ปล่อยให้อารมณ์หรือความกังวลควบคุมการตัดสินใจ


5. ทำไมคนจึงมักเลือกความแน่นอนมากกว่าความเชื่อ?

เพราะมนุษย์ไม่ชอบความไม่แน่นอน แต่พระเจ้าทรงเรียกให้วางใจพระองค์มากกว่าสถานการณ์


6. ความเชื่อเกี่ยวข้องกับการเดินต่อไปอย่างไร?

ความเชื่อคือการก้าวไปข้างหน้าแม้ยังไม่เห็นหนทาง


7. ควรทำอย่างไรเมื่อความกลัวกลับมาอีกครั้ง?

กลับมาทบทวนว่าพระเจ้าทรงเป็นใครในชีวิตของเรา และยืนยันที่จะวางใจพระองค์ต่อไป



📖 อ่านคำเทศนาอื่น ๆ ในชุดนี้

ค้นหาความจริง

เริ่มต้นการเป็นคริสเตียน

เกี่ยวกับเรา

เว็บสยามคริสเตียน - เว็บสำหรับคนอยากรู้จักพระเจ้า
รวมคำเทศนา คำหนุนใจ และพระวจนะจากพระเจ้า โดย ดร.จิโรจ บงกชมาศ แห่งคริสตจักร Hope International Church Seattle เพื่อเสริมสร้างความเชื่อคริสเตียน รู้จักพระเยซู และเรียนรู้พระคัมภีร์ ติดต่อ: christiansiam@gmail.com